Official Update :

วิเคราะห์อุตสาหกรรม EV ทั่วโลก ความเสี่ยง และ ผลกระทบ ที่เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญ

อุตสาหกรรม EV ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตช้าลง โดยรายงานจาก Goldman Sachs มองว่าในปัจจุบันอัตราการใช้ EV ของประชาชนทั่วโลกชะลอตัวจากเหตุผลหลัก 3 อย่าง คือ 1. EV มีราคาขายต่อค่อนข้างต่ำ รายงานจากสำนักงานข่าว CNBC ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคารถยนต์พลังงานน้ำมันมือสองปรับตัวลงโดยเฉลี่ยเพียง 3-7% เทียบกับราคา EV มือสองที่หดตัวถึง 30-39%


2.ความไม่แน่นอนด้านการเมืองและทิศทางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศ และ 3. จำนวนสถานีชาร์จที่ยังคงมีน้อย โดยข้อมูลจาก International Energy Agency (IEA) เผยว่า ในปี 2565 สัดส่วนจำนวน EV ต่อสถานีชาร์จไฟทั่วโลกอยู่ที่ราวๆ 10 คัน ต่อหนึ่งสถานี


จากปัญหาเหล่านี้ Goldman Sachs มองว่ามีความเป็นไปได้ที่ตัวเลขคาดการณ์สำหรับอุตสาหกรรม EV โลกในปีนี้จะเข้าข่ายกรณีแย่ (bear case scenario) โดยในกรณีปกติ (base case scenario) Goldman Sachs มองว่ายอดขาย EV ทั่วโลกในปี 2567 จะเพิ่มขึ้น 21% แต่ในกรณีเลวร้าย ยอดขายอาจลดลง 2% ซึ่งการหดตัวของยอดขาย EV จะทำให้เกิดอุปทานส่วนเกินในตลาด EV ทั่วโลก


นอกจากนี้ ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรม EV ยังมีแนวโน้มจะชะลอตัวต่อไปด้วย โดยรายงานจาก Morgan Stanley กล่าวว่า อุตสาหกรรม EV กำลังเผชิญกับสามความท้าทาย คือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน และความเปลี่ยนแปลงทางเทรนด์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจาก AI


โดยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Morgan Stanley ปรับลดคาดการณ์ penetration rate ของ รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (BEV) ในปี 2569 ลงเหลือ 17% จากเดิมที่คาดไว้ 20% ซึ่งนี่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัท EV และธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก


ทั้งนี้ ประเทศไทยก็มีโอกาสได้รับผลกระทบทางตรงเช่นกัน จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรม EV ที่ลดลง โดยเฉพาะจากจีน โดยข้อมูลจาก BOI เผยให้เห็นว่าในปี 2565 มีการยื่นขอลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเพิ่มขึ้นกว่า 300% แตะ 100,000 ล้านบาท ซึ่งการยื่นขอลงทุนส่วนใหญ่ก็อยู่ในธุรกิจ EV และมาจากประเทศจีนเป็นหลัก


ขณะที่ข้อมูลจากสำนักข่าว The Diplomat เผยว่าเกือบ 80% ของตลาด EV ในไทยถูกครองโดยบริษัทจีน ดังนั้นปัญหาเศรษฐกิจของจีน ประกอบกับความต้องการซื้อ EV ทั่วโลกที่ชะลอตัว ก็อาจทำประเทศไทยเห็นเม็ดเงินลงทุนจากจีนลดลงด้วย อีกหนึ่งผลกระทบทางอ้อมที่ไทยอาจได้รับ คือ ผ่านธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ เคมี หรือ แบตเตอรี่ โดยธุรกิจเหล่านี้อาจมียอดสั่งซื้อน้อยลง


อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความหวังสำหรับอุตสาหกรรม EV เนื่องจาก Morgan Stanley มองว่ายอดขาย EV มีโอกาสกลับมาโตเร็วขึ้นอีกครั้งในปี 2570 หากบริษัท EV ทั่วโลกสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจีน ซึ่งการทำเช่นนั้นอาจช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนา EV ลงถึง 30% และลดต้นทุนลง 40% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า