เปิดลิสต์ 7 หุ้นท่องเที่ยวเด่นครึ่งปีหลัง รับฟรีวีซ่า-การเดินทางฟื้นตัว
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงส่งผลกระทบต่อผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อย ขณะเดียวกันก็อาจสร้างคำถามต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ในวันนี้ Wealthy Thai จึงได้นำเอาบทวิเคราะห์ที่กล่าวถึงกลุ่มนี้มาไว้ในบทความนี้
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2567 เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 84% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน โดยยังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2567 จะอยู่ที่ 34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 6.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 84% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ระบุ กลุ่มท่องเที่ยว, สายการบิน, ขนส่ง, สื่อนอกบ้าน ได้ประโยชน์จากมาตรการ Free Visa, traffic การเดินทางฟื้นตัว ซึ่งจัดอยู่ในธีมหุ้นเด่นช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ได้แก่ AOT, ERW, SPA, BA, AAV, BEM, PLANB
โดย Wealthy Thai ได้รวบรวมบทวิเคราะห์หุ้นดังกล่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ มาไว้ในบทความนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาการลงทุนในกลุ่มดังกล่าว ประกอบด้วย
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 70 บาท โดยคาดกำไรไตรมาส 3/67 (เม.ย.-มิ.ย.67) เติบโต 44% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากมาตรการฟรีวีซ่าให้กับจีนและอีกหลายประเทศ แต่ลดลง 21% จากไตรมาสก่อน ตามผลของฤดูกาล
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรไตรมาส 4/67 (ก.ค.-ก.ย. 67) ยังเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว แต่ยังลดลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบฤดูฝนและโบนัสจ่ายพนักงาน และคาดว่ากำไรปี 2567 เติบโต 100% และเพิ่มอีก 20% ในปีหน้า โดยคาดผู้โดยสารจะกลับไปสู่ระดับ Pre-covid นอกจากนี้ AOT กำลังเตรียมทำ IPO หุ้น AOTGA บ.ย่อยเข้าจดตลาดในปีหน้า เป็นบวกต่อราคาหุ้นในอนาคต
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW พร้อมให้ราคาเหมาะสม 5.50 บาท โดยยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานปี 2567 ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยราว 35 ล้านคน ในปี 2567 โดยช่วงครึ่งปีแรก 2567 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 1.75 ล้านคน บริษัทมีปัจจัยที่เป็น Overhang คือการต่อสัญญาเช่าพื้นที่ของโรงแรม Grand Hyatt Erawan โดย Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรปี 2567 ราว 863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ขณะที่กำไรปกติในช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 48% ของประมาณการทั้งปี
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA และคงราคาเหมาะสมที่ 8.70 บาท โดยผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เบื้องต้นประเมินว่ามีโอกาสเติบโตจากช่วงครึ่งปีแรก และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ดีขึ้น โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้กว่า 70% มาจากลูกค้าชาวต่างชาติ (สัดส่วนรายได้กลับไปใกล้เคียงช่วง Pre COVID-19 แล้ว) ทั้งนี้ กำไรปกติช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปี 2567 ของบล.หยวนต้า
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) “ซื้อ” บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA โดยมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว พร้อมประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่จากผลประกอบการที่ออกมาดี โดยกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรก 2567 อยู่ที่ 2,585 ล้านบาท สูงกว่ากำไรทั้งปีที่บล.พายประเมินไว้แล้ว ทำให้บล.พายปรับประมาณการขึ้นอีกครั้งเป็น 3,743 ล้านบาท โดยปรับกำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 28.4% จากเดิม 21.6% ซึ่งมีการปรับลดค่าใช้จ่ายพนักงานลงหลังในช่วงครึ่งปีแรก 2567 ออกมาต่ำกว่าคาดค่อนข้างมาก
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) “ซื้อ” บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV พร้อมให้ราคาพื้นฐานปี 2567 ที่ 2.84 บาท โดยในไตรมาส 3/67 ปกติจะเป็น low season ของปีสำหรับ AAV เพราะเป็นฤดูฝนในไทยและฤดูท่องเที่ยวทางฝั่งยุโรป ส่วนไตรมาส 4/67 เป็น high season อีก ทั้งปีนี้มีการรับเครื่องบินใหม่เพิ่มและเปิดเส้นทางบินใหม่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะดีต่อการเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร โดยทั้งปีคาดผู้โดยที่ 21 ล้านคน (เป้าบริษัท 20-21 ล้านคน) และคาดการณ์รายได้ที่ 51,135 ล้านบาท ปรับกำไรขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,577 ล้านบาท อิง EV/EBITDA ที่ 10 เท่า
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนํา “ซื้อ” บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท เพิ่มจาก 9.5 จากการใช้ราคาปี 2568 BEM เป็นหุ้นป้องกันที่น่าสนใจและมีการเติบโตของกำไรที่ดีกำไรในปีนี้จะทำสถิติใหม่ที่ 3.8 พันล้านบาท โดยเติบโต 11% ทั้งนี้ คงคำแนะนำซื้อไว้เหมือนเดิมแต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 10.40 บาท จาก 9.50 บาท โดยส่วนใหญ่มาจากผลกระทบของการเลื่อนราคาเป้าหมายไปสิ้นปี 2568 จากสิ้นปี 2567
สุดท้ายบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ถือ” บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB พร้อมราคาเป้าหมายปี 2568 ใหม่ที่ 9 บาท จากเดิม 8.70 บาท โดยคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เนื่องจากรายได้เติบโตดีจากทุกส่วนธุรกิจ และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้น ด้วยเหตุจากจำนวนเงินจากการโปรโมทกีฬาโอลิมปิค (ราว 450 ล้านบาท) และ utilization สูงขึ้น ทำให้กำไรในไตรมาส 3/67 น่าจะสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ไตรมาส 4/67 คาดกำไรดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากฐานสูง ทั้งนี้ คาดกำไรปี 2567 อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท โต 29% จากปีก่อน

