Official Update :

จับตา BKV เข้าเทรด NYSE คืนนี้ โบรกฯ ชี้หากวันแรกราคาปรับขึ้น จะเป็นเซนติเมนต์บวกต่อราคาหุ้น BANPU

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าแผนการเสนอขายหุ้นสามัญออกใหม่แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ บริษัท BKV (บริษัทย่อยของ BANPU) จำนวน 15 ล้านหุ้น โดยราคาจำหน่ายหุ้น IPO อยู่ที่ 18 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าก่อนหน้าที่ 19-21 เหรียญสหรัฐฯ และจะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYSE ในคืนนี้ (26 ก.ย. ตามเวลาในประเทศไทย)


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า BKV เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ 1 ใน 20 อันดับแรกของสหรัฐฯ และเป็นผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่ที่สุดในแหล่งก๊าซ Barnett รัฐเท็กซัส มีโครงสร้างธุรกิจบูรณาการครบวงจร


ทั้งดำเนินงานเอง และผ่านการลงทุน เช่น ธุรกิจท่อก๊าซ, โรงไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ(Temple I & II), โครงการกักเก็บคาร์บอน (CCS) โดยก่อน IPO BKV มีจำนวนหุ้น 66.3 ล้านหุ้น (Par 0.01 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น) ซึ่ง BANPU ถือหุ้น 96.4% ภายหลังขายหุ้นออกใหม่ IPO ครั้งนี้จำนวน 15 ล้านหุ้น คาดสัดส่วนการถือหุ้นของ BANPU จะลดลงเหลือ 81.6%


ปัจจัยต้องติดตามต่อไปคือการเริ่มซื้อขายวันแรกในตลาดหุ้น NYSE คืนนี้ ถือว่าเร็วกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินไว้ก่อนหน้า ซึ่ง Market Capitalization จะสะท้อน NAV ของ BKV ใน BANPU ได้ชัดเจนมากขึ้น (โดยปกติราคา IPO มักมี Discount จากราคาพื้นฐาน)


ในกรณีที่ราคาซื้อขาย BKV ปรับขึ้นในวันเทรดวันแรก จะเป็น Sentiment บวกต่อราคาหุ้น BANPU ผสานราคาก๊าซธรรมชาติ – ถ่านหินเมื่อคืนนี้ฟื้นตัว


อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ BANPU ช่วงที่ผ่านมาฟื้นตัวได้ดี ปัจจุบันอยู่ใกล้เคียงมูลค่าพื้นฐานของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 7 บาทแล้ว ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ "เก็งกำไร" โดยแนวโน้มไตรมาส 3/67 ไม่เด่น เพราะความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินยังอยู่ระดับไม่สูง เนื่องจากเป็นช่วง Low Season และมีโอกาสได้รับแรงกดดันจากเงินบาทแข็งค่า


ด้านนายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU กล่าวว่า บ้านปูให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศยุทธศาสตร์ โดยมี BKV เป็นกุญแจสำคัญในการเดินหน้าธุรกิจก๊าซธรรมชาติเพื่ออำนวยประโยชน์ที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย เราภูมิใจและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งกับก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่ของบริษัทฯ


ทั้งนี้ บ้านปูยังมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายในการลดคาร์บอน (Decarbonization) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และคงความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจด้วยเป้าหมายในการส่งมอบนวัตกรรมโซลูชันพลังงานที่สะอาดและเชื่อถือได้ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก


ภายใต้การบริหารงานของ BKV ธุรกิจพลังงานของบ้านปูในสหรัฐฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 เริ่มต้นจากการดำเนินกิจการก๊าซธรรมชาติจากแหล่งก๊าซบาร์เนตต์ (Barnett) ในรัฐเท็กซัส และแหล่งก๊าซมาร์เซลลัส (Marcellus) ในรัฐเพนซิลเวเนีย ต่อยอดสู่บริษัทร่วมทุน BKV-BPP ลงทุนในกิจการของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ Temple II ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Combined Cycle Gas Turbines: CCGT)


นอกจากนี้ BKV ยังดำเนินโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) และการพัฒนาก๊าซธรรมชาติที่มีคาร์บอนเป็นกลาง (Carbon-Sequestered Gas: CSG) ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียม รวมทั้งการร่วมทุนกับ BKV-BPP Power ในการจัดสรรพื้นที่ที่มีอยู่เดิมในพื้นที่แหล่งก๊าซบาร์เนตต์ รัฐเท็กซัส ก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Ponder Solar)