เปิดโผหุ้นโรงพยาบาลรับผลบวก ลุ้นประกันสังคมอัพค่ารักษา “โรคค่าใช้จ่ายสูง”
จากประเด็นที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนของไทยอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานประกันสังคมให้มีการทบทวนอัตราค่าตอบแทนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และกำหนดขั้นต่ำการจ่ายค่ารักษาสำหรับโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่ 15,000 บาทต่อAdjusted RW จากเดิมอยู่ที่ระดับ 12,000 บาทต่อ Adjusted RW และโดนปรับลดลงเหลือเพียง 7,200 บาทต่อ Adjusted RW อีกทั้งยังไม่มีการปรับค่าตอบแทนมาเป็นมาเวลากว่า 5 ปี ซึ่งอาจทำให้โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งต้องถอนตัวจากการเป็นคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคมนั้น
นักวิเคราะห์ประเมินว่ามีโอกาสที่สำนักงานประกันสังคมจะปรับอัตราค่าตอบแทนขึ้น ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อหุ้นโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าประกันสังคมสูง โดยเฉพาะ BCH และ CHG
โดยบริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า หากมีการปรับค่าตอบแทนขึ้นจะเป็น “บวก” ต่อกลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้จากประกันสังคมสูงอย่าง BCH และ CHG โดยแนวโน้มกําไรของบริษัทยังดีต่อเนื่อง คาดว่ากําไรจะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 13% จากแรงหนุนของผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการแพร่ระบาดของไข้หวัดและไข้เลือดออก ซึ่งในไตรมาส 3/67 คาดกําไรจะออกมาเติบโตดีเช่นเดียวกัน โดยให้ราคาเป้าหมาย BCH ที่ 24 บาท และ CHG ที่ 3.6 บาท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ก็ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่าข่าวดังกล่าวเป็นบวกต่อโรงพยาบาลที่รับประกันสังคม ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสที่สำนักงานประกันสังคมจะเพิ่มงบประมาณสำหรับการจ่ายเงินดังกล่าวในปีงบประมาณ 2568 และคาดว่าจะทราบผลภายในปีนี้ ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลที่น่าจะได้ผลบวก ได้แก่ BCH, CHG, LPH, และ VIBHA
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ชอบ BCH มากสุดและเลือกเป็น Top pick กลุ่มโรงพยาบาล เพราะถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีฐานผู้ประกันตนประกันสังคมสูงสุด จึงคาดได้รับผลบวกมากสุดจากประเด็นดังกล่าว ขณะที่แนวโน้มช่วงครึ่งหลังปี 2567 คาดผลประกอบการจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกและยังเติบโตดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของคนไข้เงินสดทั้ง IPD และ OPD ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าคนไข้ในประเทศจะเติบโตชดเชยกลุ่มลูกค้าคูเวตที่หายไป การเปิดศูนย์มะเร็งและทันตกรรมเคลื่อนที่จะช่วยหนุนรายได้
ในขณะที่โรงพยาบาลใหม่สามแห่งที่มีผลขาดทุนจะเริ่มกลับมามีกำไร โดยคาดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อรัญประเทศ และเกษมราษฎร์ เวียงจันทน์ กำไรจะกลับเป็นบวกในปี 2567 ส่วนเกษมราษฎร์ ปราจีนบุรี คาดกลับมาบวกปลายปีหน้า ดังนั้นภาพรวมปี 2567 ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปกติที่ 1,642 ล้านบาท โต 17% จากปีก่อน ด้านราคาหุ้นปรับตัวลดลงสะท้อนประเด็นข่าวลบไปแล้วพอสมควร จึงให้แนะนำ “ซื้อ” คง มูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 21.80 บาท

