Official Update :

ถอดบทเรียนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ธุรกิจไหนมาแรงในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจ

ในแต่ละวัฏจักรทางเศรษฐกิจ (economic cycle) มักจะมีกลุ่มหุ้นที่ทำกำไรได้ดีและไม่ดีสับเปลี่ยนกันไป ตามโครงสร้างธุรกิจที่แตกต่างและความคาดหวังของตลาดที่เปลี่ยนไป ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาถอดบทเรียนจากสหรัฐฯ ที่ได้มีการรวบรวมและคำนวณผลตอบแทนของหุ้นในแต่ละอุตสาหกรรมเอาไว้ในแต่ละช่วงของวัฏจักรเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี 1960 ถึง 2019


รายงานจากทาง SPDR Americas Research พบว่า ตั้งแต่ปี 1960 ถึงปี 2019 เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recessions) 7 ครั้ง มีภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว (recoveries) 7 ครั้ง มีภาวะเศรษฐกิจขยายตัว (expansions) 12 ครั้ง และมีภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (slowdowns) 11 ครั้ง ซึ่งในแต่ละช่วงก็จะสังเกตเห็นธุรกิจบางประเภทที่ไปได้ดีกว่ากลุ่มอื่นๆ


โดย SPDR Americas Research ได้คำนวณผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของหุ้นแต่ละกลุ่มใน S&P500 ในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจ และพบว่าในช่วง recession ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 ไตรมาส โดยกลุ่มหุ้นที่ไปได้ดีที่สุด คือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (+1%) ซึ่งมาจากการที่ผู้คนยังจำเป็นต้องใช้สินค้าเหล่านี้เหมือนเดิม แม้รายได้จะลดลง


ส่วนธุรกิจที่โดนกระทบน้อยรองลงมา คือ สาธารณูปโภค (-2%) และการแพทย์ (-3%) เพราะเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างจำเป็นในการใช้ชีวิต ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตาม ขณะที่ธุรกิจที่โดนกระทบหนักที่สุดก็คือ อสังหาริมทรัพย์ (-22%) เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผู้คนจะไม่เลือกซื้อในช่วงที่รายได้ต่ำและความมีไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสูง


ในทางกลับกัน ช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว หุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดกลับเป็นอสังหาฯ (+39%) เนื่องจากนโยบายการเงินที่คลายตัวและระดับดอกเบี้ยที่ลดลงในช่วงนี้จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืม ช่วยหนุนให้ความต้องการกู้ซื้ออสังหาฯ ของผู้คนเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ราคาหุ้นในกลุ่มอื่นๆ มักจะปรับขึ้นเร็วในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน จากความมั่นใจภาคเอกชนที่ดีขึ้น


ในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคักและการจ้างงานเพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักจะสูงที่สุด (21%) เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้จะลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และคนส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจ รวมถึงมีกำลังซื้อสินค้าเหล่านี้กันในช่วงนี้ด้วย ส่วนธุรกิจที่ดีรองลงมาคือ การเงิน (+19%) และอสังหาฯ (+18%) 


ท้ายที่สุด ในช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งมักจะมาหลังจากผ่านจุดที่เศรษฐกิจขยายตัวสูงที่สุดไปแล้ว ธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือ การแพทย์ (+15%) เนื่องจากยังคงเป็นธุรกิจที่จำเป็นต่อชีวิต และน่าจะยังเป็นที่ต้องการแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอีก 


บทเรียนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เหล่านี้ ช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ได้คร่าวๆ ว่าธุรกิจไหนจะดำเนินไปได้ดีในช่วงไหนบ้าง และแม้แต่ละประเทศจะมีบริบทที่แตกต่างกัน ความรู้นี้ก็น่าจะยังเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในทุกประเทศไม่มากก็น้อย เพราะมุมมองของตลาดและแรงขับเคลื่อนธุรกิจในแต่ละช่วงของเศรษฐกิจอาจมีจุดที่คล้ายกันอยู่ 


เช่นในตอนนี้ที่เศรษฐกิจโลกได้อยู่ในช่วงชะลอตัว และกำลังเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลงของดอกเบี้ย อาจเป็นช่วงที่ดีสำหรับหุ้น value play และหุ้นกลุ่มอสังหาฯ หรือการแพทย์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรละเลยการศึกษาบริบทของตลาดการเงินในประเทศหรือบริษัทที่ลงทุนให้ดีด้วย เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับแนวทางการลงทุนของตนเอง เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ได้


Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 14 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us