POLY กับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากอุตสาหกรรมยานยนต์ สู่สินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องมือแพทย์
ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก รวมถึงไทย ต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันหลากหลายรูปแบบ ทำให้การดำเนินธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การแตกไลน์ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือธุรกิจใหม่ จึงเป็นทางรอดที่หลายบริษัทเลือกใช้ เพราะนอกจากเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยกระจายความเสี่ยง ไม่พึ่งพิงการเติบโตจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมากจนเกินไป
เช่นเดียวกับ บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทยาง พลาสติก และซิลิโคนขึ้นรูปตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งมองเห็นโอกาสการเติบโตในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) ที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญทางเศรษฐกิจของไทย รวมถึงกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical) ซึ่งสอดคล้องไปกับการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)
โดยบริษัทฯ เน้นการพัฒนานวัตกรรมในการผลิตสินค้าที่มีความต้องการสูง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความซับซ้อนทางการผลิตและต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้มีคู่แข่งน้อยและมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ทำให้กลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์กลายเป็น New S-Curve สำคัญ ที่จะช่วยผลักดันผลประกอบการของบริษัทฯ ให้เติบโตในอนาคต
ด้วยกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปยังธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ เติบโตได้อย่างโดดเด่น สะท้อนจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2567 บริษัทฯ ทำรายได้รวม 475 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 94 ล้านบาท เติบโตถึง 117% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรขั้นต้นสูงถึง 138.1 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 40% และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.1% สูงขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 18.2% จากปีก่อนที่ 14.0% ตามกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.2 เท่า
โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ เติบโตได้ดีคือ การขยายตัวของกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 19% จากเดิมที่ 14% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วน 20% ลดลงจากปีก่อนที่มีสัดส่วน 24% และกลุ่มชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ มีสัดส่วนรายได้อยู่ 61% ใกล้เคียงกับปีก่อน
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2567 ยังมีการขยายตัวจากทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ โดยบริษัทฯ ยังคงเน้นการเติบโตในกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตและสร้างกำไรสูงอย่างต่อเนื่อง จากการที่ฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีต้นทุนค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูง ทำให้การรักษาแบบ Homecare ได้รับความนิยมและยังคงตอบโจทย์ผู้ใช้งาน
บริษัทฯ จึงมีแผนการตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้าใหม่ผ่านการออกงาน Exhibition และ Medical Fair ต่างๆ ในฐานะผู้ผลิตที่มีนวัตกรรมและมาตรฐานสูง นอกจากนี้ยังเตรียมผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ใหม่เพิ่มเติม เช่น อุปกรณ์ผ่าตัดทรวงอก (Chest drain for surgery) ที่เป็นตัวอย่างของสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้รับสิทธิยกเว้นทางภาษีจาก BOI ในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกด้วย
นอกเหนือจากกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จะเป็น New S-Curve ในอนาคตแล้ว กลุ่มธุรกิจหลักอย่างกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive) ยังคงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยบริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมทั้งในส่วนรถยนต์สันดาป (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากลูกค้าในอเมริกา จากการย้ายฐานการผลิตมายังไทย ซึ่งจะเริ่มผลิตชิ้นส่วนให้กับลูกค้าและเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/67 และ 4/67
ส่วนกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง จากกลุ่มลูกค้าที่เป็น Global Brand ซึ่งกระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ตลาดค่อนข้างกว้างและมีสินค้าหลากหลาย อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อให้ผลิตสินค้าใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต และยังมีคำสั่งซื้อสินค้าอื่นๆ ที่กำลังจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ในกลุ่มไฟฟ้าเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันได้รับ License สำหรับการผลิตสินค้าดังกล่าวจากบริษัทคู่ค้าในต่างประเทศแล้ว โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จากสินค้ากลุ่มนี้ภายในปี 2567
จึงสรุปได้ว่าโมเดลธุรกิจที่ดีต้องควบคู่ไปกับพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยบริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ POLY ถือเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการให้บริการที่หลากหลาย แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ สามารถยืนหยัดอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง และสร้างผลประกอบการที่เติบโตได้ต่อเนื่องนั้น มาจากศักยภาพในการดำเนินงาน ทั้งความสามารถในการผลิตแบบครบวงจร (One-Stop Services) ตั้งแต่ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ ผลิตแม่พิมพ์ และคิดค้นพัฒนาสูตรวัตถุดิบ รวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงาน ตลอดจนการมีหน่วยงาน R&D เป็นของตัวเอง ทำให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และรักษาคุณภาพที่ลูกค้าทั่วโลกโลกให้ความเชื่อมั่น
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่าในอนาคต POLY จะสามารถสร้างการเติบโตจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลักอย่าง กลุ่มชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และ กลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงกลุ่มไฟฟ้าได้น่าประทับใจแค่ไหน

