เปิดสถิติ “ถือหุ้นระยะยาว” อาจให้ผลตอบแทนมากกว่า !
นักลงทุนมีหลายประเภท บางคนชอบเทรดหุ้นตามกระแสตลาดเพื่อเอากำไรระยะสั้น ในขณะที่บางคนชอบคงสัดส่วนพอร์ตไว้นานๆ เพราะไม่อยากไล่ตามเทรนด์ที่เปลี่ยนเร็ว คำถามที่หลายคนอาจมีคือถือหุ้นแบบไหนดีกว่ากัน ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ามีประสบการณ์และทำการบ้านมากพอ จะเป็นนักลงทุนแบบไหนก็คงสร้างความมั่งคั่งได้ดีเหมือนกัน
เพราะการถือระยะสั้นหรือยาวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่ในบทความนี้ Wealthy Thai จะพาไปดูข้อดีในด้านการถือหุ้นระยะยาวที่มีผลวิจัยออกมาว่าอาจให้ผลตอบแทนได้มากกว่า
1.การถือหุ้นระยะยาวช่วยเพิ่มกำไรระหว่างราคาซื้อและราคาขาย
หุ้นส่วนใหญ่ที่คนเลือกถือระยะยาวมักจะต้องเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่หวือหวา ซึ่งถ้าราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา การซื้อหุ้นเก็บไว้ยิ่งนานก็จะยิ่งทำให้หุ้นนั้นราคาสูงขึ้น และจะทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาตลาดกับราคาที่ซื้อกว้างขึ้น
งานวิจัยจากคุณ Jeffrey Ptak จากบริษัทวิจัยการลงทุน Morningstar พบว่าการคงสัดส่วนพอร์ตไว้นานมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการปรับพอร์ตบ่อยๆ โดยเขาได้ลองนำผลตอบแทนระยะ 30 ปี ของดัชนี S&P500 ในปัจจุบัน ซึ่งมีการปรับสัดส่วนหุ้นทุกไตรมาส มาเทียบกับพอร์ตที่คงการลงทุนตามดัชนี S&P500 ในปี 1993 ไว้ และพบว่าพอร์ตที่ไม่เปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนนั้นให้ผลตอบแทนมากกว่า ดัชนี S&P500 ในปัจจุบันเกือบ 6%
2.การถือหุ้นระยะยาวมีโอกาสทำให้ผลตอบแทนโตแบบยกกำลัง
หากเราถือหุ้นที่ในระยะยาวโดยไม่ถอนหรือขายออก แต่เพิ่มการลงทุนเข้าไปเรื่อยๆ หรือทำ Dollar-Cost Averaging (DCA) แทน เรามีโอกาสเห็นพลังของ “ผลตอบแทนแบบทบต้น” คือเมื่อกำไรและเงินลงทุนที่เติมลงไปได้ไปทบเงินต้น ทำให้ฐานเงินต้นสูงขึ้น นี่ก็จะช่วยให้อัตราผลตอบแทนของเงินต้นยิ่งทวีคูณเมื่อเวลาผ่านไป เกิดเป็นการเติบโตแบบยกกำลัง หรือ exponential growth ซึ่งถ้าเราถอนกำไรหรือขายหุ้นเร็ว ก็อาจจะไม่ได้เห็นผลตอบแทนที่ทบต้นแบบนี้
3.การถือหุ้นระยะยาวช่วยลดโอกาสขาดทุน
การถือหุ้นระยะยาวช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้นของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหุ้นที่ถือมีพื้นฐานที่ดีและมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยงานวิจัยจาก Morningstar ได้เผยให้เห็นว่าการถือหุ้นไว้อย่างต่ำ 10 ปี ทำให้โอกาสขาดทุนลดลงเหลือแค่ประมาณ 5% และทำให้มีโอกาสทำกำไรถึง 95% และยิ่งถ้าถือไว้ให้ครบ 15 ปี ก็มีโอกาสที่การลงทุนจะทำกำไรถึงเกือบ 100% ซึ่งโดยปกติแล้ว ระยะเวลาโดยเฉลี่ยที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะถือหุ้นสักตัวอยู่ที่ราว 6 เดือนเท่านั้น
โดยสรุปแล้ว การถือหุ้นระยะยาวนั้นอาจให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพราะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรมากกว่า ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่ชอบความมั่นคงและมีเงินเย็น อย่างไรก็ตาม การถือหุ้นระยะยาวให้ได้ผลดี ก็ต้องพิจารณาหุ้นบริษัทที่ถือด้วยว่า มีพื้นฐานที่ดี มีความมั่นคง สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในระยะยาวโดยไม่ต้องปิดกิจการหรือเปล่า
นอกจากนี้ ในบางครั้งการถือหุ้นเก็งกำไรในระยะสั้นก็อาจได้ผลตอบแทนที่สูงเร็วกว่าหากซื้อขายได้ถูกจังหวะ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะผิดจังหวะค่อนข้างมาก ดังนั้นนักลงทุนควรพิจารณาความรู้ความสามารถของตัวเองและความเสี่ยงที่รับได้ในการเลือกวิธีลงทุนให้เหมาะสม

