จับจังหวะลงทุน 9 หุ้นเด่น งบสวยยิงยาวถึงไตรมาส 4
เข้าสู่ช่วงการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของบรรดาบริษัทจดทะเบียน แน่นอนว่านักลงทุนต่างก็จับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะผลการดำเนินงานที่ออกมา ถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งรวมไปถึงการบ่งชี้ถึงปัจจัยพื้นฐานของหุ้นตัวนั้น ๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บริษัท หลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ของ SET INDEX ที่ 2.4 แสนลบ. ลดลง 6% จากไตรมาสก่อน และลดลง 15% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากแรงกดดันของกลุ่มพลังงานที่อ่อนตัวลงตามราคาน้ำมัน และปัจจัยในประเทศถูกกดดันจากปัญหาน้ำท่วม และการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
อย่างไรก็ดี แม้ภาพรวมกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 จะไม่สวย แต่ไม่ได้กังวลมากนัก เพราะเศรษฐกิจจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4/67 จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิของกลุ่ม Domestic Play เร่งตัวขึ้นตาม ขณะที่ราคาน้ำมันและค่าเงินบาทเริ่มทรงตัว จึงไม่คาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันเหมือนไตรมาส 3/67 เมื่อผนวกกับฐานที่ต่ำทั้งไตรมาส 3/67 และไตรมาส 4/66 จึงเป็นไปได้สูงที่กำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะกลับมาโตแรงทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน
เพราะฉะนั้นจึงคาดว่าพฤติกรรมการเก็งกำไรใน Earning Season รอบนี้จะเป็นแบบ Buy on fact มากกว่า Sell on fact และคาด Consensus จะปรับประมาณการขึ้นมากกว่าปรับประมาณการลง เนื่องจากจะเริ่ม Roll Over ไปใช้ประมาณการปี 2568 ที่ GDP เร่งตัวขึ้นจากปี 2567 โดยแนะนำเก็งกำไรหุ้นงบสวยที่คาดมีความต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 4/67 เช่น SCB, CPF, CPAXT, GPSC, TIDLOR, BCH, MASTER, SYMC, และ KCG
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 125 บาท/หุ้น โดยแนวโน้มไตรมาส 3/67 คาดปรับขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย พร้อมคาดการณ์แนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรกเล็กน้อย แม้จะมีค่าใช้จ่ายลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีในไตรมาส 4/67 แต่คาดปีนี้จะถูกชดเชยด้วย 1. การตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง 2. ตั้งแต่ไตรมาส 4/67 เป็นต้นไป จะไม่มีผลขาดทุนจาก Robinhood เข้ามากดดัน และ 3. คาด NIM จะปรับตัวดีขึ้น สอดรับไปกับ Loan Mixed ที่มีสินเชื่อในกลุ่ม Consumer Finance เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเริ่มทรงตัว หนุนให้คาดทั้งปี 2567 SCB จะมีกำไรสุทธิ 44,475 ลบ. โต 2.2% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท/หุ้น โดยคาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 3/67 ที่ 7,172 ลบ. เติบโต 29.3% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุน 3,454 ลบ. ในไตรมาส 3/66 ทำระดับสูงสุดรอบ 16 ไตรมาส ทั้งนี้ ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567–2568 ขึ้น 77% และ 53% เป็น 1.77 หมื่นลบ. และ 1.89 หมื่นลบ. โต 6.6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานราคาต้นทุนวัตถุดิบลง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมขึ้นจากธุรกิจหมูจีนที่เติบโตเด่นจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นมากกว่าที่ประเมินไว้
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 39.00 บาท/หุ้น โดยคาดการกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่ 1.8 พันลบ. ลดลง 16% จากไตรมาสก่อน แต่โต 8% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ทั้งนี้ หากไตรมาส 3/67 ออกมาตามคาด กำไรปกติงวด 9 เดือน ปี 2567 จะคิดเป็น 65% ของประมาณการทั้งปี อย่างไรก็ดี แนวโน้มไตรมาส 4/67 คาดกำไรเติบโตจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ทำให้คงประมาณการปี 2567-2568 คาดกำไรปกติที่ 1.1 หมื่นลบ. โต 21% และ 1.3 หมื่นลบ. โต 21% จากปีก่อน บนประมาณการปี 2568-2570 รวม Synergies จากการควบรวมกิจการที่ 2 พันลบ. ต่ำกว่า Guidance ของบริษัทที่ 2.5 พันลบ.
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 57.00 บาท/หุ้น โดยมองว่าหุ้นมีปัจจัยหนุนจากโมเมนตัมงบไตรมาส 2-3 ปี 2567 แข็งแกร่งต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นหุ้นได้ประโยชน์จากทิศทาง Bond Yield ขาลงและเป็นกลุ่ม Defensive ได้รับผลกระทบจากความผันผวนเศรษฐกิจจำกัดเชิงกลยุทธ์กรณีรับความเสี่ยงได้น้อยอาจรอจังหวะลงทุนหลังผ่านช่วงประกาศหุ้นเข้า–ออกดัชนี MSCI ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 5.3 พันล้านบาท โต 45% จากปีก่อน อีกทั้งคาดว่าทิศทางกำไรไตรมาส 3/67 จะเร่งตัวขึ้นทำจุดสูงสุดของปี และเติบโตจากไตรมาสก่อน รวมทั้งในช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสบันทึกเงินเคลมประกันภัยของโรงไฟฟ้า Glow Phase 5
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท/หุ้น คาดไตรมาส 3/67 จะเห็นแนวโน้มกำไรสุทธิของ TIDLOR กลับมาโตทั้งจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และจากไตรมาสก่อน หนุนจาก 1. รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง 2. การฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมของการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ที่คาดจะขยายตัวได้สอดรับไปกับการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ และการรุกขยายตลาด Insurtech ผ่านทาง Digital Platform ต่าง ๆ ของบริษัท และ 3. การตั้งสำรองคาดจะผ่อนคลายลงจากไตรมาสก่อน หลังเร่งปรับชั้นลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองเป็น NPL ไปแล้ว ประกอบกับคาดจะมีผลบวกจากการที่ภาครัฐฯ เร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาส 3/67 หนุนให้คาดการณ์ทั้งปี 2567 จะมีกำไรสุทธิ 4,362 ลบ. โต 15.1% จากปีก่อน
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 21.80 บาท/หุ้น โดยคาดการณ์กำไรไตรมาส 3/67 โตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และมีปัจจัยหนุนระยะสั้น จากการเพิ่มงบประมาณประกันสังคม ขณะที่แนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง 2567 คาดผลประกอบการจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก และยังเติบโตดีจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของคนไข้เงินสดทั้ง IPD และ OPD ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรปกติที่ 1,642 ล้านบาท โต 17% จากปีก่อน
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 68.50 บาท/หุ้น โดยคาดว่าไตรมาส 3/67 ยังไม่ใช่ช่วงพีคของปี ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/67 อยู่ที่ 113 ลบ. เติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เนื่องจากเพิ่งเข้าสู่ช่วง High season แต่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคเหนือ ทำให้รายได้บางส่วนเลื่อนอออกไป จึงยังมีกำไรไม่เต็มศักยภาพ แต่ได้แรงหนุนจากลูกค้าอินโดนีเซียที่เติบโตเท่าตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 517ลบ. โต 24.1% จากปีก่อน
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYMC พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท/หุ้น โดยคาดการกำไรปกติไตรมาส 3/67 ที่ 67 ล้านบาท (+3.5% จากไตรมาสก่อน, +28.4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) ทั้งนี้ กำไรที่เติบโตจากไตรมาสก่อนมาจากรายได้ที่เติบโตเล็กน้อย ขณะที่กำไรที่เติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน มาจากรายได้ที่เติบโตเด่นและการได้ economies of scale
โดยการเติบโตของลูกค้าต่างประเทศเริ่มทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV ขณะที่กลุ่ม Hyperscale Data Center ต้องรอการก่อสร้าง Data Center ให้แล้วเสร็จก่อนแต่มีการเจรจากันอย่างต่อเนื่องถึงโอกาสในการขยายงานในอนาคตหลัง Data Center สร้างเสร็จ สำหรับกำไรปกติทั้งปี 2567 ที่ 244 ล้านบาท (+21% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน)
แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท/หุ้น โดยคาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 3/67 ที่ 74 ลบ. เติบโตเด่น 46% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงขึ้นหนุนยอดคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่มเนยและชีสจากกลุ่ม HoReCa ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท รวมถึง Product Mix โดยรวมที่ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากการเน้นการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น แต่กำไรปกติอาจลดลงหากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจาก GPM ที่ปรับตัวลดลงจากในไตรมาสก่อนการรับรู้ผลของราคาต้นทุนไขมันเนยที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 366 ลบ. (+24.7% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน)

