“วาย.เอส.เอส.” โช้คอัพแบรนด์ไทย ที่นักแข่งระดับโลกมั่นใจในคุณภาพ กำลังเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
ผู้ที่ชื่นชอบความเร็วในเกมกีฬาแข่งมอเตอร์สปอร์ต คงคุ้นเคยกับแบรนด์ YSS ซึ่งเป็นแบรนด์โช้คอัพชั้นนำระดับโลกที่นักแข่งขันระดับนานาชาติหลากหลายรายการ (World Champion Product) เลือกใช้ หลายคนอาจไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว YSS เป็นแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพเติบโตไปทั่วโลก
วันนี้ Wealthy Thai จะพามาทำความรู้จักและเจาะลึกความสำเร็จที่ทำให้ YSS เป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก รวมถึงแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ และเป้าหมายระดมทุนของ บมจ.วาย.เอส.เอส. (ประเทศไทย) กับการเดินหน้าเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้
บริษัท วาย.เอส.เอส. (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้วิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายโช้คอัพประสิทธิภาพสูงสำหรับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ชั้นนำสัญชาติไทยภายใต้แบรนด์ YSS ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้า ABE จาก KBA ประเทศเยอรมนี ที่ได้รับการยอมรับสำหรับการผลิตสินค้ายานยนต์ระดับสากล (World Class Suspension)
YSS เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาด้านระบบกันสะเทือนมายาวนานกว่า 30 ปี ด้วยสินค้ามากกว่า 9,000 รายการ ครอบคลุมสินค้ารถจักรยานยนต์ รถยนต์ เอทีวี ยูทีวี และยานยนต์ชนิดต่าง ๆ กว่า 3,000 รุ่น รวมถึงผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เสริมสำหรับช่วงล่างและการซ่อมบำรุงโช้คอัพ เช่น สปริง น้ำมันโช้ค (Shock Fluid & Fork Fluid) ชุดซ่อม (Repair Kit) ชุดติดตั้ง (Mounting Kit)
โดยพื้นฐานความสำเร็จในระดับโลกของ YSS มาจากวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ‘มุ่งสู่การเป็นผู้นำการพัฒนาและผลิตระบบกันสะเทือนระดับโลก สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า’ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ด้วยองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อยู่ทุกภูมิภาคของโลกรวม 8 แห่ง ทั้ง ไทย เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สเปน เยอรมนี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อออกแบบ ปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ของผู้ใช้งานในแต่ละภูมิภาคทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมความต้องการลูกค้าตั้งแต่การขับขี่บนท้องถนนจนถึงเวทีสนามแข่งขันในระดับโลก
สำหรับผลิตภัณฑ์ของ YSS แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ได้แก่ 1. กลุ่มรถจักรยานยนต์ (MOTO) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โช้คอัพสำหรับรถจักรยานยนต์ ทั้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้แข่งขัน (Racing Motorcycle) รถจักรยานยนต์ทั่วไป (Road Motorcycle) รถจักรยานยนต์แบบออฟโรด (Offroad Motorcycle) และรถจักรยานยนต์แบบสกู๊ตเตอร์ (Scooter) โดยมีสัดส่วนรายได้สิ้นปี 2566 อยู่ที่ 87.58% และมีสัดส่วน 87.11% สำหรับงวดหกเดือน ปี 2567
และ 2. กลุ่มรถยนต์ (AUTO) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โช้คอัพสำหรับรถยนต์ ทั้งรถยนต์ที่ใช้ในการแข่งขัน (Racing Car) รถยูทีวี หรือ Utility Task Vehicle รถเก๋ง (Passenger Car) รถพีพีวี หรือ Pick-Up Passenger Vehicle และรถกระบะ (Pick-Up) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สิ้นปี 2566 อยู่ที่ 11.68% และมีสัดส่วน 12.38% สำหรับงวดหกเดือน ปี 2567
นอกจากกลุ่มสินค้าที่ครอบคลุมทุกการใช้งานแล้ว YSS ยังมีเครือข่ายช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย ทั้งตัวแทนจำหน่าย ออนไลน์ โชว์รูม ทั้งในไทยและต่างประเทศมากกว่า 30 ประเทศ ซึ่งมีมาตรฐานสินค้าระดับสูง เช่น เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และญี่ปุ่น รวมถึงยังเป็นผู้ให้บริการหลังการขาย เช่น การให้บริการติดตั้ง ปรับแต่ง และตรวจเช็คสภาพ ผ่านศูนย์ให้บริการของบริษัทฯ และผู้ให้บริการภายนอก และบริการเคลมสินค้าผ่านศูนย์บริการตัวแทนโดยผู้ให้บริการภายนอกอีกด้วย
ส่วนผลการดำเนินงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564-2566) YSS มีรายได้รวม 1,048.47 ล้านบาท 1,066.48 ล้านบาท และ 1,036.30 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 และ 2567 เท่ากับ 479.80 ล้านบาท และ 573.84 ล้านบาท ตามลำดับขณะที่กำไรสุทธิสำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 2565 และ 2566 อยู่ที่ 137.66 ล้านบาท 119.88 ล้านบาท และ 105.60 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 และ 2567 เท่ากับ 40.72 ล้านบาท และ 62.31 ล้านบาท ตามลำดับ จากกลยุทธ์การมุ่งผลิตสินค้าโช้คอัพประสิทธิภาพสูงและมุ่งสร้างแบรนด์ YSS ทำให้มีอำนาจตั้งราคาสินค้า ส่งผลให้มีอัตรากำไรสูงว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนทดแทนทั่วไป
โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 มีสัดส่วนรายได้ในประเทศไทยอยู่ที่ 46.18% จากกลุ่มประเทศในยุโรป 23.00% เอเชีย 27.65% และอื่น ๆ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา อีก 2.66% ของรายได้รวม ตามลำดับ
ปัจจุบัน YSS ได้ยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 160 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 26.67 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนเครื่องจักรและปรับปรุงกระบวนการผลิต การวิจัย และพัฒนาสินค้าใหม่ ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในหรือต่างประเทศ ชำระเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
หากมองภาพรวมธุรกิจของ YSS ถือว่าเป็นบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตสูง จากการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำให้ทุกวันนี้ YSS ที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลกและกลยุทธ์สร้างการเติบโต จะทำให้ YSS เป็นหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างแน่นอน

