CHAYO เอาไงดี? จากต้นปีดิ่ง 36% กูรูแนะทั้ง “ซื้อ” และ “ถือ” ฟาก CEO เผยยอดเก็บเงินสดครึ่งปีหลังฟื้น

ราคาหุ้น บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันทำการล่าสุด โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลง 36.43% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 5.60 บาท เมื่อวันที่ 2 ม.ค.67 และล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ต.ค.67 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 3.56 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.60 ล้านบาท


โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 ที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก อีกทั้งแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 ที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากการตั้งสำรองที่เร่งตัวขึ้น


ทั้งนี้ จากการสำรวจบทวิเคราะห์ พบว่านักวิเคราะห์มีคำแนะนำทั้ง “ซื้อ” และ “ถือ” หุ้น CHAYO โดยข้อมูลจากผู้บริหารที่ได้เปิดเผยว่าการจัดเก็บเงินสดในครึ่งหลังของปีนี้จะปรับดีขึ้นจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ส่งผลให้ยอดจัดเก็บเงินสดรวมปี 2567 จะอยู่ที่มากกว่า 800 ลบ. เทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ที่ 399.9 ลบ.


โดย บริษัท หลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ แนะนำ “ซื้อ” (ไม่ระบุราคาเป้าหมาย) โดยกำไรปกติช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 50.9% ของประมาณการทั้งปี ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง 2567 เบื้องต้นคาดกลับมาชะลอตัวจากช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากมีแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และความยากในการจัดเก็บหนี้จากลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจขาดปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้น ทำให้การฟื้นตัวของผลดำเนินงาน CHAYO มีทิศทางที่ยากขึ้นกว่าประมาณการเดิม


ทั้งนี้ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน CHAYO ได้เข้าประมูลหนี้เสียกองใหม่ทั้งผ่าน CHAYO เอง และบริษัทร่วม CHAYOJV มูลหนี้รวม 2,348 ลบ. ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้


อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น CHAYO ปรับลงแรงจากช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน หลังมีการตั้งสำรองเร่งตัวขึ้น และอุตสาหกรรม AMC ถูกตลาด Derating ลงในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มการจัดเก็บเงินสดจากลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ โดยปัจจุบัน บล.หยวนต้า อยู่ระหว่างปรับลดประมาณการกำไรปกติของปี 2567 และทบทวนปรับลดราคาเป้าหมาย หลังจากได้ข้อมูลแนวโน้มธุรกิจเพิ่มเติมจากทางผู้บริหารของบริษัท


ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ แนะนำ “ถือ” CHAYO แต่ลดราคาเป้าหมายลงจาก 3.80 บาท เป็น 2.96 บาท ตามการปรับลดประมาณการกําไร และเป้า PBV ที่ลดลงจาก 1.17 เท่า เป็น 0.8 เท่า ตามอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ระยะยาวที่ลดลงจาก 11.5% เป็น 10% และ terminal growth ที่ลดลงจาก 8% เป็น 5%


ทั้งนี้ ผู้บริหารคาดว่ายอดจัดเก็บเงินสดรวมปี 2567 จะอยู่ที่มากกว่า 800 ลบ. เทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ที่ 399.9 ลบ. โดยบริษัทฯ คาดว่ายอดจัดเก็บเงินสดที่จะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2567 มาจาก 1) ยอดจัดเก็บสดจากหนี้เสีย (NPL) ที่ไม่มีหลักประกันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 50 ลบ. ต่อเดือน 2) ยอดจัดเก็บเงินสดจากกรมบังคับคดีจํานวน 30-50 ลบ. 3) ยอดขายสินทรัพย์รอการขาย (NPA) และ 4) ยอดจัดเก็บเงินสดจากลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งภายใต้โครงการปรับโครงสร้างหนี้ จํานวน 100 ลบ. ในครึ่งหลังของปี 2567 และอีก 100 ลบ. ในปี 2568


อย่างไรก็ดี บล.กสิกรไทย คาดว่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ในครึ่งหลังของปี 2567 จะยังคงเพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก จาก 1) ECL ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนใน NPL ก้อนใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 2) ดอกเบี้ยค้างรับที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้กับ NPA เป็น 48% ในไตรมาสที่ 2/67 จาก 38% ในปี 2566 และ 27% ในปี 2565 กําไรตามเงินสดในพื้นที่ขาดทุนเป็นเวลา 12 ไตรมาสติดต่อกัน ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย คํานวนกําไรตามเงินสดจากงบกระแสเงินสด โดยหักกําไรก่อนหักภาษีด้วยรายการที่ไม่ใช่เงินสด บวกกับดอกเบี้ยเงินสดที่ได้รับ และหักดอกเบี้ยเงินสดและภาษีที่จ่ายไป


นอกจากนี้ ผู้บริหารเปิดเผยว่าเป้าสินเชื่อใหม่ที่ 500-800 ลบ. ของธุรกิจสินเชื่ออาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย และคาดว่ายอดสินเชื่อใหม่ปี 2567 จะต่ำกว่า 500 ลบ. เล็กน้อย แม้ว่าธุรกิจสินเชื่อจะสร้างกําไรให้กับ CHAYO ได้ดี โดยคิดเป็น 10% ของกําไรสุทธิของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/67 แต่เชื่อว่าการเติบโตของสินเชื่อน่าจะชะลอตัวลง จาก NPL ไตรมาส 2/67 ที่สูงขึ้นจาก 38% ในไตรมาส 1/67 เป็น 41% ของสินเชื่อรวม และแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่อ่อนแอ


อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่า CHAYO ยึดเงินมัดจํา จํานวน 45 ลบ. จากการขายที่ดินมูลค่า 900 ลบ. แล้ว และเตรียมนําสินทรัพย์เข้าประมูลขายทอดตลาดภายใต้ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรกระทรวงยุติธรรม (LED) ในช่วงปลายปี 2567 โดยคาดว่าไม่ต้องตั้ง ECL สําหรับสินทรัพย์ดังกล่าวอีก เนื่องจากจากที่ดินมีมูลค่าประเมินสูงกว่า


ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย ปรับประมาณการกําไรปี 2567-69 ลง 25% / 14% / 11% เป็น 296 ลบ. / 351 ลบ. / 377 ลบ. เพื่อสะท้อน ECL ที่สูงกว่าคาดในครึ่งแรกของปี 2567 โดยคาดว่ากําไรปี 2567 จะลดลง 24% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ก่อนที่จะปรับดีขึ้น 18.6% ในปี 2568

Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-AAA-A” กองทุนผสมสายกลาง “ลดความผันผวน”.. เพิ่มโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี” ในระยะยาว !!!      
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ “ซบ” ตามดัชนี เฉลี่ย -3.42%... “TVIETNAM” แชมป์สูงสุด +4.16% “PRINCIPAL VNEQ-USD” ร่วงสุด -10.30% โอกาสลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” เหตุ “ถูก-กำไรโตดี” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
บทเรียน “วัยเกษียณ” ของพ่อแม่...ที่ “ไม่ขอซ้ำรอยเดิม” !!!
เมื่อ อีก 19 ชั่วโมง
News Highlight
PTTGC ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นการขนส่งน้ำมันและข้อกล่าวหาการกักตุนน้ำมัน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ผ่าทิศทางดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 69 เฟ้นกลุ่มหุ้นเด่นรับมือความผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us