Official Update :

อัปเดตเลือกตั้งสหรัฐฯ แฮร์ริส vs ทรัมป์ ใครชนะ ส่งผลต่อตลาดหุ้นโลกอย่างไร ?

ในบทความก่อนหน้า Wealthy Thai ได้นำเสนอผลกระทบของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกและธุรกิจไทยไปแล้ว ในบทความนี้จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นกันบ้าง


โดยปัจจุบัน ผลสำรวจจากหลากหลายสำนักเริ่มแสดงให้เห็นว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับความนิยมมากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น ผลสำรวจล่าสุดจาก Wall Street Journal พบว่า ทรัมป์ นำหน้า กมลา แฮร์ริส ที่ 47% ต่อ 45% หลังโดนแฮร์ริสแซงมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม


ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางแห่งจึงเริ่มปรับคาดการณ์ผลเลือกตั้ง โดยนักวิเคราะห์จากวาณิชยกิจ Piper Sandler มองว่ามีโอกาสสูงถึง 55% ที่ทรัมป์จะได้เป็นประธานาธิบดีและพรรครีพับลิกัน (Republican) คว้าชัยในศึกชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่สถานการณ์ที่เป็นไปได้รองลงมาคือ แฮร์ริสได้เป็นประธานาธิบดีแต่พรรครีบับลิกันก็ยังได้ที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร (35%)


ซึ่งหากทรัมป์ชนะ น่าจะมีผลดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากกว่าในกรณีที่แฮร์ริสชนะ เนื่องจากนโยบายของทรัมป์เอนเองไปทางการสนับสนุนบริษัทในประเทศ ในขณะที่แฮร์ริสเน้นแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม โดยงานวิจัยจาก Evercore ISI พบว่าหุ้นที่มีแนวโน้มราคาปรับขึ้นสูงจากชัยชนะของทรัมป์คือ หุ้นธนาคาร


เนื่องจากเป็นหุ้นกลุ่มที่ราคาเพิ่มสูงที่สุดในช่วงหลังเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทรัมป์ได้เปรียบ เช่น หลังการโต้วาทีกับ โจ ไบเดน ในวันที่ 27 มิถุนายน และหลังการลอบสังหารที่ไม่สำเร็จในวันที่ 13 กรกฎาคม ใขณะเดียวกัน ในเหตุการณ์ที่แฮร์ริสได้เปรียบ เช่นในการโต้วาทีกับทรัมป์เมื่อวันที่ 10 กันยายน หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและสุขภาพ (health care) เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นสูงสุด


ด้านผลกระทบต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) รวมถึงประเทศไทย หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง มีผลกระทบสองด้านที่เป็นไปได้ ด้านแรกคือความผันผวนในตลาดหุ้นที่น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากนโยบายกีดกันการค้าของทรัมป์ อีกส่วนคือผลดีจากจิตวิทยาเชิงบวกหลังบริษัทส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ มีกำไรเพิ่มขึ้นจากนโยบายสนับสนุนของทรัมป์ โดยฝ่ายวิจัยจาก บล.เอเซีย พลัส มองว่าหุ้นไทยที่จะได้รับอานิสงส์จากชัยชนะของทรัมป์ มีอยู่ 4 กลุ่ม ได้แก่ 

1.หุ้นนิคม เช่น AMATA, WHA, PIN และ WHAUP

2.หุ้นรับเหมาเทค เช่น INSET, AIT และ ICN

3.หุ้นเดินเรือ เช่น RCL, PSL และ TTA 

4.หุ้นอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มเชื้อเพลิง เช่น PTTEP และ BANPU


ในขณะที่กรณีแฮรริสชนะ นักวิเคราะห์จาก Ritholtz Wealth  Management มองว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย น่าจะน้อยกว่า เนื่องจากแฮร์ริสมีแนวโน้มที่จะคงนโยบายส่วนใหญ่ไว้และปรับเพิ่มเติมจากนโยบายเดิม ไม่ได้มีการเสนอนโยบายใหม่ที่จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อตลาดหุ้น


Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us