SCGD เผยกำลังซื้อชะลอตัวกระทบรายได้ กดกำไรไตรมาส 3/67 เหลือ 189 ลบ. สวนทาง 9 เดือนฟาดกำไรทะลัก 300%

SCGD เผยกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศชะลอตัว กระทบรายได้ กดกำไรไตรมาส 3/67 ลดลง 17.18% เหลือ 189 ลบ. สวนทางงวด 9 เดือนกำไรโตทะลัก 300% สู่ระดับ 730 ลบ.


บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุ ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 มีกำไรสุทธิ 188.99 ล้านบาท ลดลง 39.19 ล้านบาท หรือ -17.18% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/66 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 228.18 ล้านบาท


โดยปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรปรับตัวลดลง เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้จากการขายในไตรมาสที่ 3/67 อยู่ที่ 6,235 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับรายได้ของช่วง เดียวกันของปีก่อน และลดลง 5% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศยังคงชะลอตัว จากภาวะหนี้ครัวเรือนและปริมาณบ้านสร้างเสร็จรอขายที่อยู่ในระดับสูงในประเทศไทย และสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย และประเทศเวียดนาม


อีกทั้งบริษัทฯ มี EBITDA อยู่ที่ 766 ล้านบาท ลดลง 13% และ 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน ตามลำดับ ส่วนกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทของไตรมาสที่ 3/67 อยู่ที่ 189 ล้านบาท ลดลง 22% และ 33% เมื่อเทียบกับกำไรของช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ไตรมาสก่อน ตามลำดับ


ขณะที่งวด 9 เดือน ปี 2567 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 730.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 548.37 ล้านบาท หรือ +301.48% เมื่อเทียบกับงวด 9 เดือน ปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 181.89 ล้านบาท โดยบริษัทยังคงมีรายได้สำหรับ 9 เดือนแรก ปี 2567 ที่แข็งแกร่งอยู่ที่ 19,585 ล้านบาท มี EBITDA อยู่ที่ 2,530 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท อยู่ที่ 730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท


สำหรับความคืบหน้ากรณีบริษัท KIA ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 และ 6 ธันวาคม 2566 ทั้ง KIA และบริษัทลูก (KKM) ได้ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐของอินโดนีเซียต่อศาลปกครองชั้นต้น เพื่อให้ยกเลิกการเรียกร้องที่อ้างว่า KIA มีหนี้เงินต่อหน่วยงานรัฐของอินโดนีเซีย และให้ยกเลิการระงับการเข้าระบบจดแจ้งทางทะเบียนกับ Ministry of Law and Human Rights ต่อมำในเดือนกรกฎาคม 2567 ศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้อง และ KIA และ KKM ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงแล้วนั้น ล่าสุดศาลสูงได้ตัดสินยืนยันตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง ดังนั้น KIA และ KKM จึงจะดำเนินการโต้แย้งต่อศาลฏีภา เพื่อขอให้ทบทวนคำพิพากษาข้างต้นต่อไป


ทั้งนี้ KIA และบริษัทย่อย ได้ดำเนินงานตามปกติตลอดมา โดยงบการเงินรวมสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 มียอดขายประมาณ 988 ล้านบาท EBITDA ประมาณ 1 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิประมาณ (86) ล้านบาท
Most Viewed
Where to put your money
“ความรู้” เป็นรากฐานที่สำคัญ... ของ “การลงทุน” ที่ประสบความสำเร็จ !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SCB หุ้นเด่นกลุ่มแบงก์ รับอานิสงส์ Bond Yield พุ่ง ฐานทุนแกร่ง-NPL ต่ำ-ยัง Laggard โบรกฯ ชู Dividend Yield สูงเกือบ 8%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
SAPPE พลิกโฉมตลาดเครื่องดื่มอิ่มนาน เปิดตัว ‘PREAW XS’ เครื่องดื่มผสมเม็ดบุกพร้อมดื่ม ดึงอินไซต์ Gen Z - Y เจาะช่องว่างตลาด
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
ทำความรู้จัก Securitized Bond โอกาสลงทุนจากการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
จับตา THAI-BCP-MRDIYT ลุ้นเม็ดเงินกองทุนไหลเข้า หลังติดโผ SET50 รอบครึ่งหลังปี 69 โบรกฯ แนะเก็งกำไรก่อน Rebalance
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us