Official Update :

MAGURO เร่งขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง พร้อมทุบงบ 70 ลบ. สร้าง “The Flavorhood” ปักหมุดฟู้ดเดสติเนชั่นแห่งใหม่

MAGURO ทุ่มเงินราว 70 ล้านบาท สร้างฟู้ดเดสติเนชั่นแห่งใหม่ใจกลางประดิษฐ์มนูธรรม ภายใต้แบรนด์ “The Flavorhood” ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้ (1 พฤศจิกายน 2567) คาดคืนทุนใน 1.5 - 2 ปี เผยเตรียมขยายสาขา The Flavorhood เพิ่มในเขตที่อยู่อาศัยอื่นๆ อีกในอนาคต


นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทมีการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีมีการเปิดสาขาแบรนด์ร้านอาหารของบริษัทไปแล้ว 8 แห่ง และจะเปิดอีก 5 แห่ง ส่งผลให้สิ้นปีนี้จะจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ซึ่งสูงกว่าแผนเดิมที่จะขยายสาขาจำนวน 11 แห่ง


ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะสร้าง The Flavorhood ซึ่งเป็นศูนย์รวม 3 ร้านอาหารของบริษัท ได้แก่ MAGURO, HITORI และ SHABU โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 70 ล้านบาท และจะใช้ระยะเวลาคืนทุนได้ภายใน 1.5 -2 ปี เนื่องจากการเปิดศูนย์รวมร้านอาหารแบบ stand alone มีต้นทุนโดยรวมน้อยกว่าการเปิดสาขาในศูนย์การค้าถึง 3-4 เท่า


อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่าในปีแรก The Flavorhood จะสร้างรายได้ให้ไม่ต่ำไปกว่ารายได้ของศูนย์การค้าระดับต้นๆ เช่น One Bangkok, Central World, Siam Square One หรือ Siam Paragon


นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะมีการขยายสาขา The Flavorhood ไปยังโซนที่อยู่อาศัยอื่นๆ ที่ยังมีร้านอาหารไม่มาก โดยจะเลือกที่ดินที่มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 2 ไร่ และสาขาใหม่อาจมีการเพิ่มร้านอาหารแบรนด์อื่นๆ หรือแบรนด์ใหม่ของ MAGURO นอกเหนือจาก 3 ร้านหลักในสาขาแรกอีกด้วย


นอกจากนี้ MAGURO ได้มีการร่วมมือกับ Guss Damn Good แบรนด์ไอศกรีมระดับพรีเมียม เพื่อสร้างไอศกรีมรสมันหวานญี่ปุ่นและครีมบูเร่ เป็น Signature Dessert ของร้าน MAGURO โดยจะเริ่มวางขายที่สาขา The Flavorhood ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน และในสาขาอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนเป็นต้นไป


The Flavorhood เป็น Food Destination หรือ ศูนย์รวมความอร่อยแห่งใหม่ในประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งมีจุดเด่นคือการนำ 3 ร้านอาหารในเครือมาไว้ในที่เดียวกัน ได้แก่ MAGURO, HITORI และ SHABU รวมถึงเตรียมเปิดอีก 1 แบรนด์ใหม่ในวันที่ 24 ธันวาคม 2567 โดยโครงการมีการตกแต่งแบบผสมผสานระหว่างความร่วมสมัยและความเป็นญี่ปุ่น เช่นทางเดินเข้าที่คล้ายหมู่บ้านญี่ปุ่น รวมถึงสวนที่มีทั้งรูปแบบ Japanese Garden และ Modern Tropical Garden โดยจุดประสงค์หลักของโครงการคือนอกเหนือจากการมอบความอร่อยให้กับลูกค้าแล้ว คือการมอบประสบการณ์ที่ผ่อนคลาย ร่มรื่น และอบอุ่น ให้ลูกค้า ผ่านบรรยากาศรอบโครงการ


อีกทั้ง MAGURO ได้ตั้งเป้าหมายให้โครงการนี้เป็นการต่อยอดแนวทาง ESG โดยมีแผนการ ติดตั้งจุดชาร์จ EV Charger และ Solar Roof ภายในโครงการ รวมถึงจุดรีไซเคิลขยะพลาสติก และการแยกขยะอย่างเป็นระบบ