Official Update :

TMAN ร่วงกว่า 4% สวนโบรกฯ แนะ “ซื้อ” มองผลงานโตต่อเนื่องทุกไตรมาส

วันนี้ (1 พ.ย. 67) ราคาหุ้นของ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) TMAN ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 15.90 บาท ลดลง 0.70 บาท หรือ -4.22% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 281.31 ล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์ยังคงแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากมองว่าจะเห็นการเติบโตของผลการดำเนินงานในทุกไตรมาสที่เหลือของปีนี้ หนุนกำไรทั้งปีโต 17%


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” TMAN พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 24.75 บาท โดย TMAN มีกำไรปกติสะสมช่วงครึ่งปีแรก 2567 ที่ 237 ลบ. (+10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ซึ่งคิดเป็น 52% ของประมาณการทั้งปี 2567 ของบล.หยวนต้า ที่ 452 ลบ. (+17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และคาดว่าจะเห็นการเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในทุกไตรมาสที่เหลือของปี


สำหรับปี 2567 คาดว่ากำไรปกติเติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 452 ลบ. โดยปัจจัยสนับสนุนกํารเติบโตที่สำคัญได้แก่ 1) กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากผลิตภัณฑ์เดิมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และแผนขายยาสามัญใหม่แก่ลูกค้ารพ. 2) กลุ่มยาสมุนไพร จากความต้องการเพิ่มขึ้นและการออกผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์เดิมที่ติดตลาดและได้รับการยอมรับแล้ว เช่น Propoliz และไอยรา ยาน้ำแก้ไอ 3) ประชาชนมีการเข้าถึงสิทธิการรักษาของภาครัฐมากขึ้น และ 4) ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาใช้บริการสถานพยาบาลในไทยมากขึ้น นอกจากนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 50.8% (+167bps จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตยาแผนปัจจุบันและสมุนไพร ส่งผลบวกต่อ Economy of scale ในขั้นตอนการผลิต


ทั้งนี้ หากพิจารณาอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ของ TMAN พบว่าสูงที่สุดในกลุ่มตั้งแต่ปี 2565 และต่อเนื่องยังปี 2566 ซึ่งบริษัทฯ มี NPM ปี 2566 อยู่ที่ 21.8% (NPM เฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ 10.6%) โดยเทียบกับธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่จดทะเบียนในตลาด SET และ mai (TMAN, MEGA, BLC, IP, JSP) คาดว่าบริษัทฯ จะสามารถรักษาระดับ NPM ปี 2567-69 อยู่ที่ราว 20-21% โดยประเมินการเติบโตของกำไรปกติเฉลี่ย 5 ปี CAGR (2566-2571F) ที่ 11% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยวางขาย 10-12 รายการ/ปี, ยาสามัญใหม่และขยายฐานลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล (ที่มูลค่าการซื้อขายยาสูงถึง 80% ของตลาดยาทั้งหมด, อ้างอิง Krungsri Research) เพื่อขยายฐานรายได้ของบริษัทฯ