KCE ราคาหุ้นจากต้นปีดิ่ง 37% โบรกฯ แนะทั้ง “ถือ” และ “ซื้อ” มองดาวไซด์จำกัด-ธุรกิจปี 68 ยังโตได้
ราคาหุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันทำการล่าสุด โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลง 36.61% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 56.00 บาท เมื่อวันที่ 2 ม.ค.67 และล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.67 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 35.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 335.07 ล้านบาท โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากความกังวลด้านผลประกอบการในไตรมาส 3/67 และแรงกดดันจากกลุ่มยานยนต์สะดุดทั่วโลก
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงแนะนำทั้ง “ถือ” และ “ซื้อ” KCE เนื่องจากมองว่า Downside ของราคาหุ้นนั้นจำกัด หลังจากราคาหุ้นได้มีการปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี มาแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ อีกทั้งเชื่อว่าบริษัทยังคงมีศักยภาพพอที่จะบริหารธุรกิจให้ยังคงสามารถเติบโตได้ในปี 2568
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ถือ” KCE พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท/หุ้น ระบุ หลังจากออกรายงาน Tactical Stock ไปเมื่อ 30 ต.ค.67 ให้เข้าซื้อเก็งกำไรหุ้น KCE ที่ลงมาแรงจากประเด็นที่ตลาดอาจจะเข้าใจผิด และให้ราคาเป้าหมายทำกำไรไว้ที่ 37-38 บาท เมื่อวันที่ 31 ต.ค.67 ราคาหุ้นของ KCE ชนระดับ 37 บาทแล้ว จึงล็อคกำไร โดยผลตอบแทน 2 วัน อยู่ที่ 10% (เทียบ SET ที่ 1.2%) พร้อมปิดกลยุทธ์นี้ในส่วนคำแนะนำเชิงปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้ ยังคงมองว่า KCE เผชิญกับความท้าทายหลายเรื่องทั้งกำไรไตรมาส 3/67 ที่อ่อนแอ และแรงกดดันจากกลุ่มยานยนต์สะดุดทั่วโลก
ส่วน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” KCE พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 52.00 บาท/หุ้น ระบุว่า ราคาหุ้น KCE ร่วงลง 8% ในเวลาเพียง 2 วัน และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี โดยเชื่อว่าตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มของKCE เช่น 1) การลงทุนใหม่ใน ICL ราว 1 พันล้านบาท 2) ความเสี่ยงจากกำไรอาจจะอ่อนแอกว่าที่คาดในไตรมาส 3/67 และ 3) ความกังวลต่อแนวโน้มในอนาคต เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจในยุโรปอาจยังคงอ่อนแอต่อไป ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยง KCE ในระยะสั้น จนกว่าได้เห็นกำไรที่แท้จริงในไตรมาส 3/67 อย่างไรก็ตาม เห็นว่า Downside ของราคาหุ้น KCE นั้นจำกัด
ทั้งนี้ มีมุมมองเป็นกลางเกี่ยวกับการลงทุนใหม่ของ KCE ใน International Circuits Limited (ICL) ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย PCB ในสหราชอาณาจักรมูลค่า 9 ล้านปอนด์ (396 ล้านบาท) นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังรวมถึงการชำระหนี้ของ ICL มูลค่า 14 ล้านปอนด์ (616 ล้านบาท)
ในระยะกลาง KCE จะได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนนี้ เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการจัดการราคาขายโดยตัดคนกลางออกไป อย่างไรก็ตามในระยะสั้นการลงทุนนี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานมากนักเนื่องจากทั้งสองบริษัทมีกำไรสุทธิเพียงปีละ 110 ล้านบาท หรือประมาณ 5% ของกำไร KCE ซึ่งจะถูกลดทอนลงจากต้นทุนเงินกู้ที่สูงขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าจุดอ่อนของ KCE นั้นเริ่มจำกัด เนื่องจากปัจจุบันบริษัทซื้อขายอยู่ที่ 20.7 เท่าของ P/E (-1SD) ซึ่งเป็นระดับP/E ที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี เชื่อว่าที่ระดับ -1SD นั้นเป็นระดับที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เนื่องจากยังเชื่อว่าบริษัทยังคงสามารถเติบโตได้อีกในปีหน้าแม้ ว่าอาจไม่น่าตื่นเต้นนักก็ตาม หากประมาณการณ์ในปัจจุบันของ บล.กรุงศรี มี downside 10% P/E ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 23 เท่า
ดังนั้นหากพิจารณาว่า P/E 20 เท่าเป็นเกณฑ์ (-1SD) จุดต่ำสุดควรอยู่ที่ 32.5 บาท ซึ่งถือว่าไม่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันมากนักหรือในกรณีเลวร้ายที่สุดของ บล.กรุงศรี หากตลาดมีความกังวลต่อแนวโน้มมากกว่าที่คาด หากอ้างอิง P/E 18 เท่า(-1.25SD) ราคาหุ้นควรอยู่ที่ 30 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาปัจจุบันเพียง 10% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า downside ของ KCE มีจำกัด เนื่องจากแม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในยุโรปอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้สำหรับปี 2568 แต่เชื่อว่าบริษัทน่าจะมีศักยภาพพอที่จะเติบโตได้บ้างในปีหน้าจากการควบคุมต้นทุน ดังนั้นแนะนำให้นักลงทุนรอดูผลการดำเนินงานจริงของกำไรในไตรมาส 3/67 และข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากผู้บริหาร

