Official Update :

เจาะลึกวิธีคิดผลตอบแทนการลงทุนอสังหาฯ “ปล่อยเช่า” หรือ “ขายต่อ” เลือกแบบไหนดี

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและกำไรระยะยาว โดยรายได้หลักมาจากผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) และกำไรจากการขาย (Capital Gain)


แต่ละประเภทมีแนวทางการวางแผนที่ต่างกัน ทำไมบางทำเลถึงให้ผลตอบแทนทั้งสองทางได้ดี ในขณะที่บางทำเลอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งการเช่าและการขาย? มาดูแนวคิดและการคำนวณที่ช่วยคุณตัดสินใจได้อย่างคุ้มค่าที่สุดไปพร้อมกัน


วิธีคิดผลตอบแทนจากการลงทุนอสังหาฯ

Rental Yield (ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า)

Rental Yield หมายถึงรายได้ที่คุณได้รับจากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่คุณซื้อมา โดยจะต้องหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าดูแลรักษา ก่อนนำไปคำนวณ


วิธีการคำนวณ Rental Yield

1.คำนวณรายได้จากการเช่าต่อปี (ค่าเช่าต่อเดือน × 12)

2.หักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องต่อปี เช่น ค่าส่วนกลาง

3.นำรายได้สุทธิที่เหลือ หารด้วยราคาที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์

4.คูณด้วย 100 เพื่อให้ได้เป็นเปอร์เซ็นต์


ตัวอย่าง

-คุณซื้อคอนโดราคา 3,000,000 บาท

-คุณปล่อยเช่าได้เดือนละ 15,000 บาท (รวม 180,000 บาทต่อปี)

-มีค่าใช้จ่ายส่วนกลางเดือนละ 2,000 บาท (รวม 24,000 บาทต่อปี)


การคำนวณ

-รายได้สุทธิ: 180,000 - 24,000 = 156,000 บาท

-ผลตอบแทน: 156,000 ÷ 3,000,000 × 100 = 5.2% ต่อปี
.

ดังนั้น คุณจะได้ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า 5.2% ต่อปี ซึ่งเป็นรายได้ที่สามารถใช้เป็นกระแสเงินสดได้ตลอดเวลาที่คุณถือครองอสังหาริมทรัพย์


ข้อดีของ Rental Yield

-ให้รายได้สม่ำเสมอทุกเดือน

-เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้ต่อเนื่อง


ข้อจำกัด

-มีความเสี่ยงจากการไม่มีผู้เช่า

-Rental Yield สูงไม่ได้หมายความว่าอสังหาริมทรัพย์จะมีกำไรจากการขายต่อเสมอไป


Capital Gain (กำไรจากการขายอสังหาฯ)

Capital Gain คือกำไรที่เกิดจากการขายอสังหาริมทรัพย์ในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อมา โดยมักจะพิจารณาทำเลและการเติบโตของราคาที่ดินในระยะยาว


วิธีการคำนวณ Capital Gain

1.หักราคาที่ซื้อจากราคาที่ขายได้

2.นำผลลัพธ์ที่ได้หารด้วยราคาที่ซื้อ

3.หารด้วยจำนวนปีที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์

4.คูณด้วย 100 เพื่อให้ได้เป็นเปอร์เซ็นต์


ตัวอย่าง

-คุณซื้อคอนโดในราคา 3,000,000 บาท และถือครองไว้ 5 ปี

-หลังจากนั้นคุณขายได้ในราคา 4,000,000 บาท


การคำนวณ

-กำไรจากการขาย : 4,000,000 - 3,000,000 = 1,000,000 บาท

-ผลตอบแทน : 1,000,000 ÷ 3,000,000 × 100 ÷ 5 = 6.67% ต่อปี

ดังนั้น คุณจะได้กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ยปีละ 6.67% ซึ่งถือเป็นกำไรที่มาจากการถือครองอสังหาฯ ไว้ในระยะยาว


ข้อดีของ Capital Gain

-ได้เงินเป็นก้อนใหญ่เมื่อขายอสังหาริมทรัพย์

-มักมีโอกาสทำกำไรสูงหากทำเลมีการเติบโต


ข้อจำกัด

-ใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้ผลตอบแทน

-ต้องอยู่ในทำเลที่ดีและมีศักยภาพในการเติบโต


สรุป

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีสองวิธีในการสร้างรายได้หลัก การปล่อยเช่าและการขายต่อ การคำนวณผลตอบแทนทั้งสองแบบนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน การเลือกอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ดีและมีการวางแผนที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืน

ที่มา : Origin,ddproperty


Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us