Official Update :

เกาะติดเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โบรกฯ ฟันธงหาก ทรัมป์ ชนะ SET ผันผวนไม่มาก ชูหุ้นกลุ่มนิคม-ส่งออกอาหาร-พลังงาน เด่น !

ทั่วโลกรวมถึงไทยกำลังติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลการเลือกตั้งจะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐฯ ซึ่งมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและการลงทุนโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยการเริ่มนับคะแนนจะเกิดขึ้นในช่วงเช้า-สายของวันนี้ (6 พ.ย 67)


ซึ่งนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินกรณีทรัมป์เป็นประธานาธิบดี SET Index ผันผวนน้อยกว่าตลาดหุ้นประเทศอื่น ส่วนกรณีแฮร์ริสเป็นประธานาธิบดีจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นเอเชีย อย่างไรก็ตามประเมิน SET ช่วง 2 เดือนหลังเลือกตั้งมีโอกาสจะเห็น Honey Moon period อิงจากสถิติหลังการเลือกตั้งสหรัฐ 2 รอบก่อนหน้า เดือน พ.ย. - ธ.ค. SET ให้ผลตอบแทนเป็นบวก


โดยกรณีที่ ทรัมป์ เป็นประธานาดิบดี แนวนโยบาย American First อาทิ การลดภาษีนิติบุคคล และการยกระดับ มาตรการกีดกันทางการค้า ประเมินความผันผวนต่อสินทรัพย์เสี่ยงโลกในช่วงปลายปี 2567 - ต้นปี 2568 โดยสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่จะผันผวนจาก Dollar Index ที่พลิกแข็งค่าขึ้นไว


แต่อย่างไรก็ดี ประเมินกลุ่ม TIPs จะผันผวนน้อยกว่า จากตลาดหุ้นกลุ่มนี้มีสัดส่วนรายได้โดยตรงจากจีนและสหรัฐฯ ที่ตำกว่า 10% น้อยกว่าประเทศในตลาดเกิดใหม่ อื่นๆ ส่วนกลุ่มหุ้นเด่น คือ กลุ่มนิคม ส่งออกอาหาร กลุ่มพลังงาน น้ำมัน และถ่านหิน


ขณะเดียวกันหาก กมลา แฮร์ริส เป็นประธานาธิบดี แนวคิดเน้นขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและบริษัทเป็นปกติที่ 28% จากเดิม 21% ผสานการผลักดันนโยบาย Green Energy โดยมองหุ้นกลุ่มนำอิง Theme Data Center และ ดอกเบี้ยขาลง เช่น โรงไฟฟ้า สื่อสาร เช่าซื้อ รวมถึงหุ้น Domestic ที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น ค้าปลีก ธนาคาร และท่องเที่ยว