เป็นจังหวะสะสม 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ “ไฮซีซั่นท่องเที่ยวไทย”
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเข้าสู่ High season เต็มตัวแล้ว หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬารายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ (28 ต.ค. – 3 พ.ย. 24) มีจำนวน 701,962 คน คิดเป็นเฉลี่ยต่อวันที่ 100,280 คน เพิ่มขึ้น 20.10% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจากต้นปี 2567 จนถึงปัจจุบันแตะระดับ 29 ล้านคน
โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองบวกต่อประเด็นดังกล่าว การเร่งตัวขึ้นของจำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนพ.ย. ยืนยันภาพการท่องเที่ยวของไทยเข้าสู่ High season เต็มตัวแล้ว โดยเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ที่ระดับ 35.5-36 ล้านคน มีโอกาสเป็นไปได้ ในเชิงกลยุทธ์ จึงแนะนำทยอยสะสมหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มธุรกิจเกี่ยวข้อง โดยเน้น AOT, AAV, ERW, AWC และ SPA
ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมพื้นฐานของ 5 หุ้นท่องเที่ยวที่นักวิเคราะห์แนะนำให้ทยอยสะสมมาฝาก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับนักลงทุน
สำหรับ AOT บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติไตรมาส 4/67 ที่ 4.1 พันล้านบาท เติบโต 14% จากไตรมาส 4/66 ตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว แต่ลดลง 10% จากไตรมาส 3/67 จากรายได้สัมปทานที่ลดลงเพราะการขอคืนพื้นที่เชิงพาณิชย์และยกเลิก Duty Free ขาเข้า
หากกำไรไตรมาส 4/67 ออกมาตามคาด กำไรปกติทั้งปีงบประมาณ 2567 จะใกล้เคียงคาดการณ์ของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท โต 112% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2568 ที่ 70 บาท
ส่วน AAV บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3/67 ที่ 3.5 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีราว 3.2 พันล้านบาท (ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจาก 36.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส 2/67 มาอยู่ที่ 32.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส 3/67 ) คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/67 จะอยู่ที่ 268 ล้านบาท จากยอดผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนน้ำมันที่ลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันปีก่อน
แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/67 คาด AAV จะเติบโตได้ทั้งจากไตรมาส 3/67 และ 4/66 จากการเข้าสู่ High Season หนุนจำนวนผู้โดยสาร, Average Fare และ Load Factor โดยประเมิน AAV รับประโยชน์ต่อเนื่องจากแนวโน้มต้นทุนน้ำมันที่ลดลง พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมกลางปี 2568 ที่ 3.70 บาท
ขณะที่ ERW บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า หากไตรมาส 3/67 กำไรออกมาตามคาดที่ 129 ล้านบาท โต 2% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2567 จะคิดเป็น 70% ของคาดการณ์ทั้งปี ทำให้ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 774 ล้านบาท และคาดกำไรสุทธิที่ 1,137 ล้านบาท โต 53% จากปีก่อน
พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ที่ 5.10 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันคาดสะท้อนแนวโน้มงบไตรมาส 3/67 ที่ไม่เด่นอย่างที่ตลาดหวังไปบ้างแล้ว ฝ่ายวิเคราะห์จึงมองการพักฐานของราคาหุ้นเป็นโอกาสในการทยอยเข้าสะสม โดยคาดว่าตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักมากขึ้นและ Rerate Multiple ขึ้นเมื่อเข้าช่วง High Season ของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/67 – 1/68
AWC บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/67 จะเติบโต 78% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อนหน้า และคาดว่าไตรมาส 4/67 จะมีการเติบโตต่อเนื่องทั้งจากไตรมาส 4/66 และ 3/67 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย ซึ่ง AWC จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากรายได้ 100% ที่มาจากสินทรัพย์ในประเทศไทย
ดังนั้นจึงคงประมาณการปี 2567 ที่ 1.7 พันล้านบาท โต 65% จากปีก่อน โดยมองว่า AWC จะมีอัตราการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นเมื่อเทียบในกลุ่ม โดยคาดกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 28% ต่อปี (CAGR 3 ปี 67-69) โดยได้รับแรงหนุนจากพอร์ตโฟลิโอโรงแรมที่ขยายตัว สินทรัพย์ในทำเลเชิงกลยุทธ์ และอัตรากาไรที่สูงขึ้น พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 4.40 บาท
สุดท้าย SPA บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรจะดีขึ้นในไตรมาส 4/67 จากการเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งคิดเป็น 70% ของรายได้ของ SPA ประกอบกับการขยายเครือข่ายสาขา โดยคาดสาขาใหม่ 4 แห่งในไตรมาส 4/67 จะทำให้จำนวนรวมของสาขาในปี 2567 อยู่ที่ 80 สาขา ซึ่งเกินกว่าการประมาณการก่อนหน้าที่ 77 สาขา
ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์จึงคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/67 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกันยังคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 313 ล้านบาท โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท

