TLI หุ้นประกันปันผลดี จับตาปี 67 ให้ผลตอบแทน 3.4%
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนอหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ของประเทศไทย นั่นคือ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ซึ่งในปี 2567 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 3.4% นอกจากนี้การปรับไปใช้มาตรฐานบัญชี TFRS17 ยังมีโอกาสทำให้ Dividend Yield ในอนาคตเพิ่มขึ้นอีกด้วย
โดย TLI เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทย และดำเนินงานมายาวนานกว่า 80 ปี มีผลิตภัณฑ์ด้านการประกันครอบคลุม ประกันภัย ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และบริการด้านออมเงินออมทรัพย์ สำหรับผู้บริโภคตั้งแต่เกิดไปจนถึงวัยเกษียณ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน TLI มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 122,515 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 12.29 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พ.ย. 67) โดยราคาหุ้นวันที่ 7 พ.ย. 67 อยู่ที่ 10.70 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.94% จากช่วงต้นปี และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ระดับ 4.67%
ในส่วนของนโยบายการจ่ายปันผล TLI มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีในแต่ละรอบปีบัญชี ซึ่งตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ TLI จ่ายปันผลไปทั้งหมด 2 ครั้ง และเป็นระดับที่สูงกว่านโยบาย
สำหรับงวดผลประกอบการปี 2565 บริษัทจ่ายปันผลในอัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 37.09% ของกำไรสุทธิประจำปี และงวดผลประกอบการปี 2566 จ่ายปันผลในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็น 59.01% ของกำไรสุทธิประจำปี
ขณะที่แนวโน้มการจ่ายปันผลในปี 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า TLI จะจ่ายปันผลในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 3.4% ส่วนปี 2568 คาดจะจ่ายปันผลในอัตรา 0.37 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 3.6%
นอกจากนี้ยังประเมินว่ามาตรฐานบัญชี TFRS17 ที่บริษัทประกันภัยในไทยจะปรับใช้ตั้งแต่ปี 2568 จะช่วยให้การรับรู้กำไรมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น อีกทั้งยังลดผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ Bond Yield ช่วยให้ผลดำเนินงานไม่ผันผวนไปตาม Bond Yield เหมือนในอดีต
เบื้องต้นบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินTLI จะมีกำไรสุทธิในปี 2567 ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ราว 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการภายใต้มาตรฐานบัญชีเดิมที่ 9,954 ล้านบาท และเติบโตจากปีก่อนราว 16.45% อีกทั้งคาดแนวโน้มการรับรู้กำไรภายใต้ TFRS17 จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของ TLI ได้ดีขึ้น
รวมถึงจะเห็นผลจากการที่บริษัทเตรียมพร้อมในด้านการปรับผลิตภัณฑ์มาเน้นเพิ่ม VONB (ผลิตภัณฑ์ที่มี VONB สูง จะมี Contractual Service Margin : CSM ภายใต้ TFRS17 สูง) ซึ่งคาดจะช่วยให้ CSM มีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง และจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ TLI ในปี 2568 หลังจากเห็นรายละเอียดของงบการเงินภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่แล้ว (การปรับใช้ TFRS17 ครั้งแรกจะเริ่มที่งบไตรมาส 1/68 ซึ่งจะมีการปรับงบการเงินไตรมาส 1/67 ย้อนหลัง)
อย่างไรก็ตาม บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำ ซื้อ หุ้น TLI เนื่องจากบริษัทมีการเตรียมพร้อมที่ดีเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่และคาด TFRS17 จะทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวตาม Embedded Valueได้ดีขึ้น ทำให้ปรับเพิ่ม P/EV ของ TLI ขึ้นจากเดิมที่ 0.6 เท่า เป็น 1 เท่า จึงได้มูลค่าพื้นฐานใหม่ของปี 2568 ที่ 14 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside และคาด Dividend Yield ปีนี้ที่ 3.4% ซึ่งมีโอกาสจะเพิ่มขึ้นหลังจากใช้ TFRS17 นอกจากนี้ TLI ยังมีผลบวกระยะสั้นจากการฟื้นตัวของตลาดทุน

