Official Update :

SF น่าสนใจอย่างไร ทำไมมีข่าว AWC – CPN อยากซื้อ !!

เป็นกระแสข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ บริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SF ได้รับความสนใจจากผู้เล่นรายใหญ่ในด้านอสังหาริมทรัพย์ อย่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN  และ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) และ AWC อยากเข้าซื้อ แถมนักวิเคราะห์มองว่า จะเป็นบวกมาก ถ้า CPN เข้าซื้อ


ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดหุ้นไทยในแวดวงอสังหาริมทรัพย์เมื่อมีกระแสข่าวว่า AWC และ CPN สนใจที่จะเข้าซื้อ SF โดยหลังจากมีกระแสข่าว CPN ได้แจ้งกับทางตลาดหลักทรัพย์



AWC กับ CPN แจ้งข่าวแต่ไม่ปฏิเสธ

นางสาวอัมพาวีร์ ชมภูพงษ์เกษม เลขานุการบริษัท CPN  ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ ว่า ตามที่มีข่าวจากสื่อออนไลน์และ/หรือหนังสือพิมพ์รายวันว่า บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน)  อยู่ระหว่างขั้นตอนการเข้าซื้อกิจการของบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์จำกัด (มหาชน) (“SF”) นั้น


บริษัทฯ ขอเรียนว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ หากมีความชัดเจน บริษัทฯ จะแจ้งสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป


ในขณะที่ AWC ก็มีการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์โดยดร. กานต์ ปฏิเวธวรรณกิจ หัวหน้าคณะสายงานบัญชีและการเงิน AWC  ว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ว่าบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) มีความสนใจที่จะเข้า ซื้อกิจการของบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงว่าปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งหากมีความคืบหน้าที่ชัดเจนเป็นประการใด แล้ว บริษัทจะแจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ทราบต่อไป



หุ้น
SF วิ่ง 40 % ในรอบ 1 เดือน

เมื่อ SF อยู่ในสปอตไลท์ ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยล่าสุดในวันที่ 25 มิ.ย. 64 ราคามาอยู่ที่ 10.80 บาท เพิ่มขึ้นมา 44% และปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 116 %  จากต้นปี โดยความน่าสนใจของ SF คือ เป็นเจ้าของ คอมมูนิตี้มอล  17 แห่ง และที่สำคัญ เป็นบริษัทเป็นเจ้าของ MEGA Bangna หนึ่งในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของประเทศไทย ห้างสรรพสินค้า เอสพลาดนาด และ คอมมูนิตี้มอล อย่าง La villa  , J AVENUE  จะเห็นได้ว่า เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกที่ 


ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ไตรมาสที่  1 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 272 ล้านบาท แม้ว่าจะลดลงจากปีที่แล้วที่มีรายได้ 329 ล้านบาท  แต่บริษัทกลับมีกำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 307.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย ที่304.39 ล้านบาท แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่าย ที่มีประสิทธิภาพ


บล.ทิสโก้ มองว่า ข่าวโอกาสการซื้อกิจการของ SF นสพ. ข่าวหุ้นรายงานว่า CPN มีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการ 29.58% ใน SF จากกลุ่ม MAJOR ที่ราคา 12.00 บาท คิดเป็นต้นทุน 7.5 พันล้านบาท โดยข่าวรายงานว่า CPN มีความสนใจในตัวของ Mega Bangna ที่คิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 80% ของ SF


ทาง CPN ได้มีการแถลงผ่านสื่อว่าอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาเท่านั้นยังไม่ได้ข้อสรุป และในข่าวมีข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงทำให้บริษัทต้องออกมาปฏิเสธ


หากเรามองว่าข่าวนี้เป็นจริง การเข้าซื้อกิจการจะเป็นผลบวกต่อ CPN เนื่องจากจะได้ที่นั่งในตำแหน่งบอร์ดของ SF ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักใน Mega Bangna ที่ร่วมกับ IKEA ในบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพฯ ใกล้สนามบิน และในบริเวณเดียวกันมี Central Village กับ Central Bangna เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต


ในเชิงของการเงินการเข้าซื้อกิจการจะทำให้ D/E เพิ่มขึ้นเพียง 0.2 เท่า เป็น 1 เท่า หากใช้ที่ 100% ปัจจุบัน CPN มีวงเงินจากธนาคารราว 1.5 หมื่นล้านบาท และมีเงินลงทุนระยะสั้นราว 9 พันล้านบาท โดยมีต้นทุนที่ 2.06% ค่อนข้างต่ำ และทำให้ดอกเบี้ยจ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเป็นปัจจัยบวกต่อ CPN เราแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 64.00 บาท



โบรกเกอร์ มองบวกต่อ
SF

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)   คาด MEGA หนุนผลดำเนินงาน ไตรมาสที่ 1 เป็นบวก  การแพร่ระบาด COVID-19 ที่กลับมาระบาดในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 63 ถึง เดือน ม.ค. 64 แม้ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวมไม่รุนแรงจากการสั่งปิดและควบคุมบางพื้นที่บางจังหวัดหากแต่บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยไม่ได้คึกคัก และการให้ส่วนลดร้านค้ายังมีอยู่


ส่งผลให้ทางฝ่ายคาดผลดำเนินงานในฝั่งของ SF (Community Mall 17 แห่ง) จะมีผลขาดทุนปกติราว 3 ลบ. สวนทางกับผลดาเนินงานในส่วนของ MEGA Bangna ที่คาดยังเป็นบวกได้ราว 135 ลบ. หลังยังสามารถเปิดทาการได้ตามปกติ บวกกับการเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้ผลกระทบจากการให้ส่วนลดแก่ร้านค้าจึงมีจำกัด สะท้อนจาก Occ.Rate ที่ไม่ต่ำกว่า 95% และเมื่อรวมกับกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนคาด SF จะรายงานกำไรสุทธิ 144 ลบ. ลดลง 52.6% y-y และ 87.6% q-q


ยังคงแนะนำ “ซื้อ”  แม้ COVID-19 จะกลับมาระบาดรอบใหม่ในเดือน เม.ย. 64 แต่ด้วยมาตรการล่าสุดจากภาครัฐฯ ที่ไม่ได้สั่งปิดห้างสรรพสินค้าเหมือนช่วง 2Q63 ดังนั้นผลดำเนินงาน 2Q64 จึงคาดโต y-y และฟื้นตัว 2H64 จากการเร่งฉีดวัคซีนเบื้องต้นจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาพื้นฐานปี 64 ที่ 7.15 บาท

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com