Official Update :

WHAIR ขยายอาณาจักรลงทุนเพิ่ม ดันพอร์ตแตะ 1.4 หมื่นลบ. ชูยิลด์สูง 8.33% ลุยขายหน่วยลงทุนวันที่ 18 – 22, 26 – 28 พ.ย. นี้

กองทรัสต์ WHAIR ลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สิน ครั้งที่ 5 มูลค่ารวมประมาณ 1,064.75 ล้านบาท มีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 468,990 ตารางเมตร ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมแตะ 14,000 ล้านบาท ชูความโดดเด่นของทรัพย์สินศักยภาพบนพื้นที่ EEC ถึง 92% คาดอัตราเงินปันผล 8.33% จ่อเสนอขายผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม ในวันที่ 18 – 22 พ.ย. ส่วนประชาชนทั่วไป วันที่ 26 – 28 พ.ย. 67 คาดโอนทรัพย์สินเสร็จปลายไตรมาส 4/67


นางสาวจารุชา สติมานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHAIR เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่กองทรัสต์เข้าลงทุนในครั้งนี้ ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการลงทุนของอุตสาหกรรมการผลิตที่สําคัญของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน และการลงทุนทั้งของภาครัฐและเอกชน ซึ่งช่วยส่งเสริมความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าของ WHAIR


โดยกองทรัสต์ WHAIR จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในสิทธิการเช่าระยะเวลา 30+30 ปี ในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารโรงงาน คลังสินค้าสำเร็จรูป จำนวน 10 ยูนิต ใน 4 โครงการ พื้นที่รวมทั้งหมด 40,172 ตารางเมตร ประกอบด้วย


1. สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารประเภทโรงงานจำนวน 6 ยูนิต ประกอบด้วยโรงงานแบบ Detached Building จำนวน 3 ยูนิต และโรงงานแบบ Attached Building จำนวน 3 ยูนิต ในโครงการนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1


2. สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารประเภทโรงงานแบบ Detached Building จำนวน 1 ยูนิต ในโครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36


3. สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารประเภทโรงงานแบบ Attached Building จำนวน 1 ยูนิต ในโครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 1


4. สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารประเภทคลังสินค้าจำนวน 2 ยูนิต ในโครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 3


ทั้งนี้ ทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นที่ WHAIR จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้มีอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567) สะท้อนถึงทรัพย์สินที่ดีมีคุณภาพ และศักยภาพในการสร้างรายได้ โดยการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ทั้งการเติบโตของ WHAIR ขยายพอร์ตสินทรัพย์ การกระจายความเสี่ยงของ Portfolio และโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวให้แก่นักลงทุน โดยภายหลังการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินครั้งนี้ จะส่งผลให้กองทรัสต์ WHAIR มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงกว่า 14,000 ล้านบาท และมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 468,990 ตารางเมตร โดยคาดโอนทรัพย์สินเสร็จปลายไตรมาส 4/67


สำหรับทรัพย์สินที่กองทรัสต์เข้าลงทุนในปัจจุบัน 91% ตั้งอยู่บนพื้นที่ EEC ซึ่งถือเป็น Magnet ในการดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุน จนส่งผลให้ภาครัฐบาล ต้องเร่งขับเคลื่อนผลักดันให้พื้นที่ EEC เป็นต้นแบบ “สมาร์ท ซิตี้” และถือเป็นทําเลที่มีศักยภาพสูงในการจัดหาผู้เช่า สะท้อนให้เห็นจากผลการดําเนินงานของกองทรัสต์ โดยมีอัตราการเช่า ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567 สูงถึง 93.5%


ขณะเดียวกันทรัพย์สินที่เข้าลงทุนบางส่วนตั้งอยู่ในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนจากกรมศุลกากร ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวจึงส่งผลเชิงบวกต่อกองทรัสต์ WHAIR ที่จะเชื่อมโยงให้กลุ่มนักลงทุนทั้งคนไทย และต่างชาติ ให้ความสนใจเช่าทั้งโรงงาน และคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ด้านนางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ WHAIR กล่าวเพิ่มเติมว่า WHAIR เป็นกองรีทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นจากศักยภาพของทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมของ WHA Group ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์หลักสำหรับอุตสาหกรรมและการผลิตของประเทศ เสริมด้วยปัจจัยบวกจากการย้ายฐานการผลิต และการเติบโตของ FDI ในพื้นที่โซน EEC


ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากอัตราการเช่าพื้นที่ของทรัพย์สินที่ WHAIR ลงทุนอยู่ในปัจจุบันและทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมที่อยู่ในระดับที่สูง โดยการลงทุนเพิ่มเติมของกองทรัสต์ในครั้งนี้ มีประมาณการอัตราเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทนปีแรก (Dividend Yield) ภายหลังการเพิ่มทุนครั้งนี้สูงถึง 8.33%


ส่วนการระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนของ WHAIR ในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่ารวมประมาณ 1,064.75 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง) โดยจะมีแหล่งเงินทุนมาจากการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนมูลค่ารวมไม่เกิน 720.65 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะมาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเงินสดของกองทรัสต์


ขณะที่รายละเอียดการจองซื้อ สำหรับผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม สามารถจองซื้อได้ผ่าน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 18 – 22 พฤศจิกายน 2567 และจองซื้อที่ราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมสูงสุดที่ 6.60 บาท (กรณีที่ราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด ผู้จองซื้อจะได้รับเงินส่วนต่างคืนภายในระยะเวลาที่ได้ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน)


สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ผ่าน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ที่ได้รับการแต่งตั้ง ได้แก่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2567 และจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้าย (ซึ่งจะมีการประกาศให้ทราบอีกครั้ง)