SAPPE พุ่งกระฉูดเกือบ 10% รับกำไรงวด 9 เดือนสดใส มั่นใจ Q4 โตต่อเนื่อง สวน Low Season
วันนี้ (14 พ.ย. 67) ราคาหุ้นของ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ล่าสุดราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 74.75 บาท เพิ่มขึ้น 6.75 บาท หรือ 9.93% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 218.13 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดว่ามาจากการประกาศผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของ SAPPE ที่ออกมาเติบโตกว่าช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน อีกทั้งยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/67
โดย นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-กันยายน) บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 1,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 906.2 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายรวม 5,398.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ 4,843.9 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3/2567 (กรกฎาคม-กันยายน) บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,566 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 300 ล้านบาท ตามการเติบโตของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
โดย นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-กันยายน) บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิได้ 1,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 906.2 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายรวม 5,398.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ 4,843.9 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3/2567 (กรกฎาคม-กันยายน) บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,566 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 300 ล้านบาท ตามการเติบโตของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ SAPPE มีรายได้จากการขายในต่างประเทศงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 ทำได้ 4,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศคิดเป็น 81% ของรายได้จากการขายรวม โดยตลาดที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ที่มีกระแสตอบรับของกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นแฟนคลับศิลปิน SEVENTEEN แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของแบรนด์ Mogu Mogu ส่งผลต่อยอดขายให้เพิ่มสูงขึ้น ด้านยุโรปและฝรั่งเศส ก็สามารถขยายช่องทางการจัดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทวีปอเมริกาก็เริ่มขยายเข้าสู่ช่องทาง Mainstream ที่เน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคท้องถิ่นได้เพิ่มมากขึ้น
ส่วนตลาดในประเทศ เซ็ปเป้มีรายได้จากการขายงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 อยู่ที่ 1,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเติบโตหลักๆ มาจากผลิตภัณฑ์คอลลาเจนชนิดผง เซ็ปเป้ บิวติ พาวเดอร์ สติกซ์ (Sappe Beauti Powder Stix) ที่สามารถทำยอดขายได้ดีในช่องทาง Traditional Trade และ E-Commerce ด้วยจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย และยังไม่มีคู่แข่งในตลาดนี้โดยตรง จึงเตรียมออกสูตรใหม่เพิ่มในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่มะพร้าวน้ำหอมแบรนด์ All Coco มีการเติบโตและมีดีมานด์สูงจากกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/67 คาดว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะอยู่ในช่วง Low Season ของธุรกิจ โดยบริษัทฯได้เดินหน้าขยายฐานลูกค้าผ่านหลายช่องทาง ทั้งห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) รวมถึงจัดกิจกรรมการขายและการตลาดต่อเนื่องในทวีปต่างๆ โดยยังมีแผนปล่อยแคมเปญพิเศษของ Mogu Mogu ที่ทำกับ SEVENTEEN เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโมเมนตั้มและกระแส Brand Love ให้กับแบรนด์ในตลาดต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยอดขายในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายกำลังการผลิต โดยในเดือนเมษายน 2567 ได้ติดตั้งไลน์การผลิตไลน์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่และเริ่มเดินหน้าผลิตสินค้าเพื่อส่งมอบให้กับผู้บริโภคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในส่วนของโรงงานใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับการเติบโตของยอดขายปี 2568 ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งยังเป็นไปตามแผนการ Commercialization ในช่วงไตรมาส 2/2568 ขณะเดียวกัน บริษัทฯได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) ของโรงงานแห่งใหม่และการเพิ่มเติมไลน์การผลิตจำนวน 3 ไลน์ เริ่มตั้งแต่ปี 2567 2568 2569 ตามลำดับ เพื่อส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการไทย และช่วยลดอัตราภาษีเงิน ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษี 5 ปี ตามลำดับ
Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 13 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
