คัด 4 หุ้นเน้นเก็งกำไรล่วงหน้า รับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่
ช่วงโค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อน ซึ่งสิ่งที่จะตามมาคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน และมีความสำคัญต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศ โดยนอกจากภาคประชาชนแล้ว ปัจจัยสนับสนุนที่จะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากขึ้นคือมาตรการที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐ
อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลกำลังเตรียมนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในวันที่ 19 พ.ย.67 โดยเบื้องต้นจะมีการหารือถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี, มาตรการของขวัญปีใหม่ 2568 และโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 2
โดยต่อประเด็นนี้ บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ เก็งล่วงหน้า ข่าวว่ารัฐบาลเตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (รวมเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 2) ในวันที่ 19 พ.ย. หุ้นที่เก็งกำไรจากเรื่องนี้ บล.ดาโอชอบ CPAXT, CPALL, HMPRO, COM7
สำหรับ CPAXT บล.ดาโอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 39 บาท โดยคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 1.03 หมื่นล้านบาท โต 20% จากปีก่อน มองแนวโน้มไตรมาส 4/67 คาดจะยังเห็นทั้งสองธุรกิจเติบโตได้ต่อเนื่องจาก high season และคาดเริ่มเห็นค่าใช้จ่ายจากศูนย์กระจายสินค้าใหม่และลงทุนใน omnichannel ของธุรกิจค้า ซึ่งส่งคิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายลดลง ด้านราคาหุ้น outperform ตลาดมากถึง 11% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจากกำไรไตรมาส 3/67 ออกมาขยายตัวดี แม้เป็น low season เมื่อเทียบกับกลุ่ม คาดเห็นการเติบโตต่อในไตรมาส 4/67 จาก high season
เช่นเดียวกับ CPALL บล.ดาโอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และที่ราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 84 บาท พร้อมคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท โต 23% จากปีก่อน โดยประมาณการกำไรปกติงวด 9 เดือน ปี 2567 คิดเป็น 80% ของประมาณการทั้งปีของบล.ดาโอ ทำให้คาด upside ราว 5% ซึ่งแนวโน้มไตรมาส 4/67 จะขยายตัวได้ทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากไตรมาสก่อนหน้า จาก high season ของทุกธุรกิจของบริษัทและเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว
ส่วน HMPRO บล.ดาโอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 13 บาท พร้อมคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 6.7 พันล้านบาท โต 5% จากปีก่อน โดยกำไรงวด 9 เดือน 2567 คิดเป็น 71% ต่อประมาณการทั้งปี โดยมองแนวโน้มรายได้ไตรมาส 4/67 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเริ่มเห็นยอดขายต่อสาขาเดิมในเดือน ต.ค. 2567 ปรับตัวดีและ GPM ทรงตัวสูงได้จาก High season โดยเมืองท่องเที่ยว, demand หลังน้ำท่วมจากสาขาในภาคเหนือ และรายได้จากเมืองท่องเที่ยวจะเป็น key drivers ต่อช่วงที่เหลือของปี
ขณะที่ COM7 บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรหลักไตรมาส 4/67 ที่ 1.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 51% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยหนุน คาดรายได้เติบโตทั้งจากไตรมาส 4/66 และ 3/67 จากยอดขาย iPhone16 ที่แข็งแกร่ง รวมถึงแรงหนุนจากเงินช่วยเหลือ 10,000 บาท ให้กับประชาชนไทยในปลายเดือนกันยายน ซึ่งทำให้ยอดขายสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 8,000 บาทต่อเครื่องเพิ่มขึ้น
โดย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปลี่ยนคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4/67 และปี 68 ที่คาดโต 12% จากปีนี้ อีกทั้งปรับเพิ่มขึ้นราคาเป้าหมายขึ้นจาก 25.70 บาท เป็น 30 บาท จากการปรับเพิ่มคาดการณ์ EPS ปี 68 ขึ้น 5% และปรับอัตราส่วน P/E จาก 17 เท่าเป็น 19 เท่า ซึ่งคิดเป็นส่วนลดประมาณ 15% จากค่าเฉลี่ย P/E 1 ปีล่วงหน้าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (22 เท่า)

