Official Update :

SPREME กับโอกาสเติบโตในปี 68 เดินหน้าประมูลงานรัฐกว่า 3.5 พันลบ. ลุ้นปิดดีล M&A ภายในครึ่งหลังปีหน้า

การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นับเป็นผลบวกต่อผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ และผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่ง บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SPREME ผู้ให้บริการด้านโซลูชันไอทีแบบครบวงจร โดยเป็นผู้ออกแบบ จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์สำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่จะได้รับประโยชน์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ของภาครัฐเช่นเดียวกัน


โดยคุณภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานกรรมการบริหาร SPREME ให้มุมมองกับ Wealthy Thai ว่า บริษัทวางเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 10-15% ทุกปีต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2568 บริษัทยังมองการเติบโตในระดับนี้เช่นเดียวกัน โดยจะเน้นการเข้าร่วมการประมูลโครงการภาครัฐและ Mega Project มากขึ้น เพื่อหนุนให้สัดส่วนรายได้จากการรับงานโดยตรงกับภาครัฐขยับขึ้นเป็น 50% จากเดิมอยู่ที่ 30% ในขณะที่กลุ่มเอกชนคู่ค้าของบริษัทจะมีสัดส่วนรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 50% จากเดิมที่ 70%


“เดิมกลุ่มลูกค้าหลักของเราคือบริษัทเอกชนที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานร่วมกับภาครัฐอยู่แล้ว แต่ในปี 2568 เราจะเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐมากขึ้น เป็นคู่สัญญาโดยตรง น่าจะทำให้สัดส่วนรายได้ของภาครัฐและเอกชนขยับขึ้นมาอยู่ในระดับ 50% เท่ากันได้”


สำหรับโครงการของภาครัฐ บริษัทคาดว่าจะสามารถเข้าร่วมประมูล Mega Project ได้ราว 2-3 โครงการ และเข้าร่วมประมูลโครงการทั่วไปอีกประมาณ 20 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท โดยเป็นงานที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วจึงประเมินว่าจะมีโอกาสได้รับงานราว 60-70%


นอกเหนือจากการเติบโตจากการดำเนินธุรกิจหลัก (Organic) แล้ว บริษัทยังมองโอกาสเติบโตผ่านการลงทุนซื้อกิจการ (M&A) เพื่อต่อยอดและสร้าง New S-Curve ในอนาคต โดยเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ Smart City และ Public Safety ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทที่มีศักยภาพ โดยขนาดของบริษัทมียอดขายราว 300-500 ล้านบาท คาดจะเห็นความความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2568


ทั้งนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต รวมถึงมีแผนขยายศูนย์บริการในปี 2568 อย่างน้อย 1 แห่ง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มเติ่มจากเดิมที่มีศูนย์บริการ 3 แห่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สงขลา และนครสวรรค์ อย่างไรก็ตาม แหล่งเงินทุนสำหรับการทำ M&A รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีจะมาจากเงินที่ได้จากการ IPO ซึ่งปัจจุบันยังเหลืออยู่ราว 450 ล้านบาท


“ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งความเชื่อมั่นที่ลูกค้าและคู่ค้ามีต่อบริษัท ตลอดจนสถาบันการเงินต่างๆ ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ทำให้บริษัทมีโอกาสในการดำเนินธุรกิจได้ง่ายมากขึ้น”


ส่วนความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังในปีหน้า บริษัทมองว่าบางครั้งโครงการของภาครัฐอาจมีความล่าช้าในส่วนของการประมูลหรือการส่งมอบงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการภาวะการขาดแคลนวัตถุดิบในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่บริษัทจะพยายามบริหารจัดการงานส่วนของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่งมอบงานตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำได้ดีต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม คุณภานุวัฒน์ มอง SPREME เป็นไฮบริด ทั้งหุ้นเติบโต (Growth Stock) และหุ้นปันผล (Stock Dividend) โดยมุ่งผลักดันผลประกอบการให้เติบโตต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us