STA หุ้นยางพาราสุดฮอต จับตาปันผลปี 68 ทะลุ 10%
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอหยิบยก STA หรือ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หนึ่งในหุ้นยางพาราที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง อีกทั้งผลประกอบการยังฟื้นตัวโดดเด่น และในปี 2568 ยังมีปัจจัยบวกที่จะสนับสนุนผลประกอบการต่อเนื่อง
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ราคาหุ้นในปัจจุบันของ STA ซื้อขายที่ P/BV ปี 2568 เพียง 0.56 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีตและยัง Laggard มากเมื่อเทียบกับราคายางเท่ากับในอดีต โดยราคาหุ้นที่ปรับลงมา 22% ในรอบ 2 เดือน สะท้อนปัจจัยลบจาการเลื่อนกฎ EUDR มากเกินไปแล้ว
ทั้งนี้ บนพื้นฐานราคาหุ้นปัจจุบัน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 8.2% ซึ่งจะช่วยจำกัด Downside risk ของหุ้น โดยคาดว่าราคาหุ้นมีโอกาสจะทยอยฟื้นตัวหลังประเด็น EUDR มีความชัดเจนแล้ว
พร้อมประเมินการจ่ายปันผลในปี 2567 ที่ 1.50 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 8.2% ซึ่งเป็นระดับที่สูงขึ้นจากปี 2566 ที่จ่ายปันผล 1 บาท ส่วนปี 2568 คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 2 บาท คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 10.9%
สำหรับแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี 2567 ยังมีทิศทางที่ดี โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติในไตรมาส 4/67 จะเร่งตัวขึ้นทั้งจากไตรมาส 3/67 และ 4/66 ทำระดับสูงสุดในรอบ 11 ไตรมาส จากการเติบโตทั้งจากธุรกิจยางพารา และธุรกิจถุงมือยางที่ฟื้นตัว โดยธุรกิจยางพาราจะเติบโตต่อได้จากทั้งราคาขายเฉลี่ยที่คาดปรับขึ้นราว 3-4% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางราคายางในตลาด SICOM
ขณะที่ปริมาณขายคาดอยู่ที่ 4 แสนตัน เติบโต 6% จากไตรมาส 3/67 และ 29% จากไตรมาส 4/66 และคาดจะยังรับรู้ปริมาณขายยาง EUDR ที่ระดับ 4-5 หมื่นตัน ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 3/67 ที่ 6.5 หมื่นตัน ด้านต้นทุนยางทรงตัว หนุนให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจยางพาราจะปรับขึ้นต่อ
ส่วนธุรกิจถุงมือยางคาดจะฟื้นตัวจากปริมาณขายที่สูงขึ้น และ U-rate ที่กลับมาอยู่ที่ระดับ 85% จาก 77% ในไตรมาส 2/67 ลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วย ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยที่เป็นปัจจัยกดดันใน 3/67 คาดจะสามารถผลักราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และสะท้อนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าได้มากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อ GPM
นอกจากนี้ ในปี 2568 อุตสาหกรรมยางพารายังเป็นขาขึ้น อีกทั้งประเด็นยาง EUDR เป็นการเลื่อนเท่าไหร่ ไม่ได้ยกเลิก โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ยังคงมุมมองบวกต่ออุตสาหกรรมยางพาราในปี 2568 ซึ่ง STA คาดราคายางในตลาด SICOM ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และมองราคาเฉลี่ยที่ 185 – 190 Cent/kg จากค่าเฉลี่ยในปี 2567 ที่ 165 – 170 Cent/kg สูงกว่าประมาณการของบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ 172 Cent/kg จากดีมานด์ปัจจุบันที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกันซัพพลายยังอยู่ในช่วงหดตัวจากตลาดอินโดนีเซีย ส่วนการเลื่อนการบังคับใช้ยาง EUDR ออกไปเป็นวันที่ 30 ธ.ค. 2568 นั้น มองจะกระทบปริมาณขายยาง EUDR ให้ชะลอลงเพียง 6 เดือน ในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า จากแบรนด์ญี่ปุ่น, จีน และอินเดีย ที่ชะลอการผลิตยาง EUDR แต่บริษัทยังเห็นคำสั่งซื้อยาง EUDR ของแบรนด์ชั้นนำในยุโรปเข้ามาต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงคาดว่าปริมาณขายยาง EUDR ในไตรมาส 1/68 และ 2/68 ของ STA จะยังอยู่ที่ระดับราว 3-5 หมื่นตันต่อไตรมาส ใกล้เคียงกับระดับในไตรมาส 4/67 และคำสั่งซื้อยางกลุ่มดังกล่าวจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เป็นต้นไป จากการเตรียมวัตถุดิบเพื่อผลิตส่งมอบสำหรับปี 2569 ในขณะที่การกำหนดราคาขาย บริษัทยังยืนยันการตั้งราคาแบบ Cost Plus ตามเดิม ซึ่ง GPM จะต้องสูงกว่าสินค้ายางแบบปกติ ทำให้บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คงมุมมองบวกต่อ GPM ระยะยาวของ STA

