สรุปสาระน่ารู้จาก “ติด BUFF การเงิน TALKSHOW” ทอล์คโชว์เรื่องการเงินสุดบันเทิง โดย Maybank

บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) หรือ Maybank จัดงาน ติด BUFF การเงิน TALKSHOW” ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นงานอีเวนต์ที่ผสมผสานเรื่องการเงินกับความบันเทิง เพื่อทำให้เรื่องการลงทุนที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายและน่าสนใจ โดยมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากเพจ Money Buffalo และ Buffalo Gags มาเป็นผู้ดำเนินรายการ เพิ่มสีสันให้กับงาน


ในบทความนี้ Wealthy Thai จึงอยากสรุปเนื้อหาสาระน่ารู้ที่ได้จากทอล์คโชว์ครั้งนี้ มาให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับรู้ไปพร้อมกัน


โดยงาน “ติด BUFF การเงินได้พาผู้ชมสำรวจ 4 กระบวนการ หรือ Stage หลัก ในการเตรียมตัวเป็นนักลงทุนที่ฉลาด รู้เท่าทัน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมี ดังนี้


Stage 1 : “นี่หรือ…Money?”

ก้าวแรกของการลงทุน คือ การทำความรู้จักและเข้าใจกับการลงทุน โดยก่อนจะเริ่มลงทุน ต้องจำกัดความ “ความรวยให้ได้ก่อนจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการลงทุนได้ ซึ่งนิยามของคำว่า ความรวยที่เป็นที่นิยมที่สุดคือการ มีอิสรภาพทางการเงินหรือการที่เราสามารถมีชีวิตในแบบที่เราอยากมีได้ เพราะมีรายได้มากกว่าภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งการลงทุนเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นตัวช่วยให้เรามีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น เช่น ช่วยทำให้รายได้เติบโตทันรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตราเงินเฟ้อ ช่วยทำให้เราออมเงินถึงเป้าหมายวัยเกษียณได้เร็วขึ้น หรือ ช่วยให้เราไม่ต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำงานหาเงินแต่ให้เงินทำงานแทนเรา แต่แม้การลงทุนจะมีความจำเป็นและมีประโยชน์มาก ผู้ที่สนใจจะลงทุนก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการลงทุนทุกรูปแบบมีความเสี่ยง


Stage 2 : รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง

ในกระบวนการที่ 2 จะได้รับรู้ถึงความเสี่ยงจากการลงทุน โดยนิยามของความเสี่ยงจากการลงทุน คือโอกาสต่างๆ ที่จะทำให้เราขาดทุน ไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงจากตลาดผันผวน ความเสี่ยงจากการทำธุรกิจ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป หรือ ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แต่ข่าวดีคือเราสามารถลดความเสี่ยงได้ โดยการ กระจายการลงทุนหรือการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เผื่อว่าสินทรัพย์อันใดไม่ทำกำไร ก็ยังมีโอกาสที่สินทรัพย์อื่นจะให้ผลตอบแทนได้อยู่ แต่ยิ่งกระจายความเสี่ยงมาก ผลตอบแทนก็จะยิ่งน้อยลงด้วย ผู้ที่สนใจจะลงทุนจึงจำเป็นต้องสำรวจตัวเองว่าพร้อมรับความเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนที่สูงขึ้นมากแค่ไหน


Stage 3: ลงทุน ไม่ลงทุย

ในกระบวนการนี้ จะได้สำรวจตัวเองว่าเป็นนักลงทุนประเภทไหน ยอมรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน และเหมาะกับสินทรัพย์ประเภทใด โดยสินทรัพย์ลงทุนหลัก ไล่ระดับจากความเสี่ยงน้อยไปมาก มีดังนี้ ตลาดเงิน ตราสารหนี้ หุ้น อสังหาฯ คริปโทเคอร์เรนซี และ สินทรัพย์ทางเลือก (เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม หรือ นาฬิกา)


ซึ่งถ้ารับความเสี่ยงได้ในระดับน้อยถึงปานกลาง ก็แนะนำให้ลงทุนเป็นพวก ตลาดเงิน ตราสารหนี้ หรือ หุ้นพื้นฐานดีมีปันผล แต่ถ้าพร้อมเสี่ยงเยอะและอยากได้ผลตอบแทนสูง ก็สามารถลงทุนในหุ้นรายตัว หุ้นต่างประเทศ หรือ คริปโทเคอร์เรนซี ได้


นอกจากนี้ ต้องทำความเข้าใจกับการจัดลำดับความสำคัญในการแบ่งเงินลงทุนด้วย โดยความจำเป็นทางการเงินของมนุษญ์ส่วนใหญ่จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ (1) ความจำเป็นพื้นฐานและการจำกัดความเสี่ยง (basic needs & risks management) (2) การเก็บสะสม (accumulation) และ (3) การลงทุน (investment) ซึ่งก่อนที่จะนำรายได้มาลงทุนนั้น ควรเติมในส่วนแรกและส่วนที่สองให้เรียบร้อยเสียก่อน เมื่อมีเหลือจึงค่อยนำมาลงทุน การทำเช่นนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้นักลงทุนได้


Stage 4: The Real World of Investment

กระบวนการสุดท้ายคือการเรียนรู้จากประสบการณ์ของนักลงทุนต่างสายงานและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยภายในงานได้มีแขกรับเชิญจากสายงานที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเงินเดือน เจ้าของธุรกิจส่วนตัว หรือ ฟรีแลนซ์ ที่มาขอคำแนะนำจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจาก Maybank


โดยคำแนะนำสำหรับพนักงานเงินเดือน แนะนำให้แบ่งเงินลงทุนด้วยสูตร 60:30:10 คือ แบ่งเงินเดือน 60% ไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แบ่ง 30% ไว้สำหรับลงทุน และเก็บอีก 10% ไว้เป็นเงินสำรองในยามฉุกเฉิน โดยสามารถปรับสัดส่วนนี้ได้ตามเหมาะสม และแนะนำให้ทำ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือการทยอยลงทุนเป็นจำนวนเท่ากันทุกเดือน ซึ่งมีการศึกษามาแล้วว่าช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนตามระยะเวลาที่ลงทุน


ส่วนเจ้าของธุรกิจส่วนตัวและฟรีแลนซ์ที่ไม่ค่อยมีเวลาและรายได้ไม่สม่ำเสมอ แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวม เพราะมีเงินเริ่มต้นไม่เยอะก็ลงทุนได้ แถมยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลพอร์ตให้ สามารถเลือกลงทุนได้หลากหลายตามเป้าหมายการลงทุน มีการกระจายความเสี่ยง และมีสิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีด้วย


ด้านนักลงทุนที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้ว แนะนำให้ลงทุนแบบ Selective Play ในตลาดหุ้นไทย หรือ เลือกลงทุนในหุ้นบางตัวที่มีแนวโน้มดี และให้ลองลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ที่ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปี (YTD) โดยเฉลี่ยสูงกว่าตลาดหุ้นไทย และถ้าพร้อมรับความเสี่ยงมากขึ้น ให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความซับซ้อนขึ้น เช่น หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Note) หรือ SharkFin


ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนประเภทไหน แอปพลิเคชัน Maybank Invest ก็สามารถช่วยให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย เพราะมีฟีเจอร์มากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้และตอบโจทย์การลงทุนในทุกรูปแบบ เช่น ให้ผู้ใช้สำรวจระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้และกำหนดเป้าหมายในการลงทุน ซึ่งช่วยให้นำเสนอสินทรัพย์ที่เหมาะกับผู้ใช้ได้ มีระบบลงทุนแบบ DCA ให้อัตโนมัติในทุกเดือน มี DR และ DRx ที่ทำให้นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศด้วยเงินบาท โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศหรือแลกเปลี่ยนสกุลเงิน


อีกทั้งยังมีสิทธิประโยชน์ลดหย่อนอัตราภาษีเงินปันผล หัก ณ ที่จ่าย จาก W-8BEN เมื่อถือหลักทรัพย์สหรัฐฯ มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินนอกเหนือจากหุ้น เช่น หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Note) หรือ SharkFin และอื่นๆ อีกมากมายให้นักลงทุนได้เลือกซื้อ โดย Maybank ได้รับระดับความน่าเชื่อถือ AA จาก Fitch Ratings ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าและบริการของ Maybank Invest มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือ พร้อมเคียงคู่ผู้ใช้ไปในทุกก้าวสู่การเป็นนักลงทุน


Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us