สำรวจความน่าสนใจ 7 หุ้นใหญ่ ESG Rating สูง-เป้าหมาย Active Fund

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ นักลงทุนคงมีคำถามคาใจเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางทิศทางตลาดหุ้นที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำกลยุทธ์การลงทุน โดยในภาพรวมยังเน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่และ ESG Rating สูง เนื่องจากคาดว่าเม็ดเงินจากกองทุน TESG จะเข้ามามากในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยหุ้นที่คาดว่าจะเป็นเป้าหมายของ Active Fund ได้แก่ KBANK, KTB, CPAXT, BGRIM, THCOM, WHA, AMATA


โดยวันนี้ Wealthy Thai ได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องของหุ้นทั้ง 7 มาไว้ในบทความนี้แล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้


บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 174.00 บาท/หุ้น โดยกำไรไตรมาส 3/67 เติบโต 6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลหลักจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจตลาดทุน บวกสำรองลดช่วยหนุนกำไรงวด 9 เดือน 2567 โต 15.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ยังคงเป้าหมายทางการเงินทั้งปี 2567 ไว้ที่เดิม คาดว่าทำได้ ยกเว้นเพียงการเติบโตของสินเชื่อ เนื่องจากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และตั้งเป้า clean up balance sheet ให้จบในปีนี้ โดยคาดกำไรทั้งปี 2567 มีทิศทางดีขึ้น โต 12% และเชื่อ KBANK จะจ่ายปันผลสูงเพื่อช่วยเพิ่ม LT ROE ให้ได้ตามเป้า โดยคาดจ่ายปันผลสูงราว 5.5% ตั้งเป้าปี 2568 กลับมาตั้งสำรองปกติที่ 140-160bps. ของสินเชื่อและปี 2569 ตั้งเป้า ROE double digit


บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 24.50 บาท/หุ้น จากกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ +18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ KTB เน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐมากขึ้น ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ และรองรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้


บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 38.00 บาท/หุ้น โดยกำไรงวด 9 เดือน 2567 เติบโต 23.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้มีรายจ่ายพิเศษ 458 ล้านบาท เกิดขึ้นในไตรมาส 3/67 โดยกำไรที่เติบโตดีมาจากธุรกิจค้าปลีก-โลตัส มีกำไรฟื้นตัวโดดเด่น ทั้งนี้ คาดกำไรไตรมาส 4/67จะเติบโตโดดเด่นทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับผลบวกจากฤดูกาลท่องเที่ยว เทศกาลฉลองส่งท้ายปี และผลบวกจาก synergy MAKRO & LOTUS ชัดเจนมากขึ้น หลังควบรวมเสร็จต้นไตรมาส 4/67 อีกทั้งคาดกำไรปีนี้จะเติบโตเกิน 25% และเติบโตอีก 25% ในปีหน้า รับผลบวก synergy เต็มปี


บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 31.00 บาท/หุ้น โดยการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าลง 0.03 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ราคาหุ้น BGRIM ปรับตัวลดลงใกล้ระดับต่าสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ของ PER ในอดีตอยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขณะที่ยังคงมองเห็นแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง หนุนด้วยต้นทุนก๊าซที่ลดลง (เร็วกว่าการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้า) การเติบโตของอุปสงค์ดาต้าเซนเตอร์ และการขยายกำลังการผลิตในอนาคต


บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท/หุ้น เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 บริษัท ไอพีสตาร์ (อินเดีย) ไพรเวท จำกัด (IPSTAR (India) Private Limited: IPI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไทยคม ได้รับการอนุญาตเข้าให้บริการดาวเทียมไทยคมในประเทศอินเดีย จาก Indian National Space Promotion and Authorization Center หรือ INSPACe ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอวกาศของรัฐบาลอินเดีย โดยการได้ Landing Right ในตลาดอินเดียถือว่ามีนัยสำคัญต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานระยะกลาง เนื่องจากเป็นการปลดล็อคให้ THCOM ใช้ Capacity ในตลาดอินเดียเพื่อขึ้นลูกค้ารายใหม่ได้ เบื้องต้นการได้ THCOM 4/8/9 ถือว่ามากเพียงพอเพราะกำหนดการยิง THCOM10 จะอยู่ในช่วงกลางปี 2570 ดังนั้นยังมีเวลาในการรอการอนุมัติใบอนุญาตอีกระยะ ขณะที่การปิดลูกค้าอื่น ๆ ในตลาดอินเดียในอนาคตก็จะทำได้ง่ายขึ้นเพราะมี Lading Right และ Capacity พร้อมให้บริการทันที


บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท/หุ้น จากยอดขายที่ดินคาดเร่งตัวในไตรมาส 4/67 และความเป็นผู้นำในกลุ่มนิคมฯ มีที่ดินในมือในไทยกว่า 1.0 หมื่นไร่ รองรับเมกะเทรนด์การย้ายฐานการผลิตที่เข้มข้นมากขึ้น หนุนกำไรของ WHA จะยังคงโตทำนิวไฮติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ในปี 2567


บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 32.75 บาท/หุ้น โดยเบื้องต้นไตรมาส 4/67 ทางฝ่ายฯประเมินแนวโน้มยอดโอนสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ทำให้ยังมีรายได้ที่สูงขึ้น ภาพรวมปี 2567 คาดยอดขายที่ดินราว 2.5 พันไร่ +35.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โอนได้ราว 1.25 พันไร +58.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จะมีกำไรเติบโตได้ดีในปีนี้ ขณะที่ปี 2568 ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 1.8 พันไร่ เป็นอย่างต่ำ แต่ทางฝ่ายฯ คาดว่าจะยังมี up side จากกลุ่ม GDS เข้ามาเพิ่มอีกในปีหน้า และปัจจุบันมี Backlog 19,269 ลบ. สูงขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าจะรับรู้ยอดโอนในปี 2568 ได้เพิ่มมากขึ้น


Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us