Official Update :

จับตา EA-BCPG กับดีลครั้งสำคัญของทั้ง 2 ธุรกิจ

2 หุ้นพลังงานงานทดแทนอย่าง EA และ BCPG ประกาศคีลครั้งใหญ่ของแต่ละบริษัท เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ โดย EA ได้เซ็นเอ็มโอยู CRCCSA ลุยพัฒนารถไฟ Hybrid Battery ขณะที่ BCPG ประกาศลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ วงเงิน 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน Wealthy Thai รวบรวมมาให้แล้ว



EA
ลุยพัฒนารถไฟ Hybrid Battery

เริ่มจาก บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานทดแทน ได้จรดปากกาเซ็นเอ็มโอยู China Railway Construction (Southeast Asia) Co.,Ltd (CRCCSA) ลุยพัฒนารถไฟ Hybrid Battery หวังยกระดับการเดินทางทางรางของไทย เทียบชั้นต่างประเทศ ปูทางสู่การสร้างโรงงานประกอบหัวรถจักร และขนส่งมวลชนไฮบริดแบตเตอรี่ ตลอดจนศูนย์ซ่อมบำรุงและซ่อมแซมรถไฟความเร็วสูง เพิ่มการจ้างงานในประเทศ บูมเศรษฐกิจในระยะยาว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


Mr. Luo Wen, Managing Director - China Railway Construction (Southeast Asia) Co.,Ltd (CRCCSA) เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย มีแผนส่งเสริมและผลักดันการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟอย่างจริงจัง พร้อมทั้งสนใจพัฒนาหัวรถจักรพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


บริษัท China Railway Construction (Southeast Asia) Co.,Ltd (CRCCSA)ในกลุ่ม China Railway Construction Corporation Limited ซึ่งเป็นผู้นำการก่อสร้างที่ครอบคลุมขนาดใหญ่และทรงพลังที่สุดในโลก ด้วยประสบการณ์ในการสำรวจ ออกแบบ และก่อสร้างทางรถไฟและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ พร้อมทั้งความสามารถในการรวมทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพในภาคการผลิตหัวรถจักรรถไฟความเร็วสูง


โดยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมการรถไฟของไทย พร้อมทั้งบูรณาการห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจีนและไทยให้ก้าวหน้าและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนารถไฟ Hybrid Battery ในประเทศไทย ร่วมกับ EA ผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานของประเทศไทย ทั้งการผลิตพลังงานสะอาด การจัดเก็บพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยและการรถไฟแห่งประเทศไทย ความร่วมมือระหว่าง CRCCSA และ EA จะประสบความสำเร็จแห่งความสำเร็จในไม่ช้าอย่างแน่นอน


นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติจาก พณฯท่านกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย  ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นสักขีพยาน โดย CRCCSA เป็นบริษัทในกลุ่ม China Railway Construction Corporation Limited ถือเป็นบริษัทฯที่มีความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมเกี่ยวกับงานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ยังเป็นหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมาด้านวิศวกรรมรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีเครือข่ายทั่วโลกมากกว่า 130 ประเทศ ให้เกียรติมาพัฒนาและวิจัยร่วมกับ บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำทางด้าน Green Energy  รายใหญ่ของประเทศไทย


ทั้งนี้นับเป็นโอกาสที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของ EA ที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมศึกษาวิจัยและพัฒนาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ในการพัฒนารถไฟ Hybrid Battery ที่ทันสมัยยกระดับการเดินทางทางรางให้เทียบเท่านานาประเทศ  คาดว่าเมื่อโครงการนี้สำเร็จจะเป็นจุดเริ่มต้นครั้งยิ่งใหญ่สู่การสร้างโรงงานประกอบหัวรถจักร  และขนส่งมวลชนไฮบริดแบตเตอรี่  ตลอดจนศูนย์ซ่อมบำรุง  และซ่อมแซมรถไฟความเร็วสูง  ซึ่งทั้งหมดจะเป็นส่วนสนับสนุนการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ และลดการพึ่งพาหรือนำเข้าจากต่างประเทศ เกิดการลงทุนเป็นจำนวนเงินมหาศาล และเกิดการจ้างงานเป็นจำนวนมาก


โดยส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว และยังสะท้อนความมุ่งมั่นของประเทศไทยที่จะผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นไปตามตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความตกลงปารีส



BCPG ลุยธุรกิจผลิตแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน

BCPG ประกาศลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Storage System) ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ (Vanadium Redox Flow) วงเงิน 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในบริษัท วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ (VRB Energy) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในการผลิตนวัตกรรมด้านแบตเตอรี่วานาเดียมระดับโลก ตอบกลยุทธ์ของบีซีพีจีในการเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทนและระบบจัดเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Storage System)


นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า ปัจจุบัน แนวโน้มธุรกิจพลังงานทดแทนของโลก มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งจากนโยบายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของภาครัฐ และจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


อีกทั้งยังมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  แต่ด้วยข้อจำกัดในด้านความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน อย่างเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ทำให้โรงไฟฟ้าจำเป็นต้องพึ่งพาระบบกักเก็บพลังงานเพื่อการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและสร้างเสถียรภาพให้กับระบบสายส่ง


นอกจากนั้นระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ยังสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการสร้างโรงไฟฟ้าสำรองขนาดใหญ่เพื่อรองรับช่วงเวลาที่มีความต้องการการใช้ไฟฟ้าสูง ของภาครัฐ (Peak Shifting) ดังนั้นระบบจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Storage System) หรือแบตเตอรี่ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พลังงานทดแทนสามารถเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าหลักของประเทศได้อย่างมั่นคง


บริษัทฯ จึงได้รุกเข้าลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่กับกลุ่ม วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ (VRB Energy) ผู้คิดค้นนวัตกรรมสีเขียวชั้นนำของโลกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจวิจัย ผลิตและติดตั้งแบตเตอรี่ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ รวมถึงยังมีสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาหลายประการที่เกี่ยวข้องกับส่วนประกอบ และระบบของแบตเตอรี่ประเภทวานาเดียมรีดอกซ์โฟลว์ ในประเทศจีน อเมริกา และบางประเทศในเอเชีย


ทั้งนี้ แบตเตอรี่รีดอกซ์โฟลว์ (Redox Flow) ของบริษัท วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ เป็นแบตเตอรี่ประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความเสถียร มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำ และมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด สามารถเก็บสำรองไฟฟ้าได้เป็นเวลานาน มีความปลอดภัย และมีความสม่ำเสมอในการจ่ายไฟฟ้าได้ดี นอกจากนั้นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของแบตเตอรี่ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ ตอบโจทย์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน


แบตเตอรี่รีดอกซ์โฟลว์ (Redox Flow) ของบริษัท วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ เป็นแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในระดับระบบกักเก็บขนาดใหญ่หรือ Utility Scale เพื่อเชื่อมต่อกับระบบสายส่ง เพื่อรองรับระบบเครือข่ายการผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Generation) หรือโรงไฟฟ้าเสมือนจริง (Virtual Power Plant) ซึ่งเป็นแนวทางการประกอบธุรกิจพลังงานทดแทนในอนาคต ตอบโจทย์ธุรกิจการลงทุนของบริษัทฯ ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ทั้งภายในและต่างประเทศ เป็นการสร้าง Synergy ทำให้บริษัทฯ เข้าถึงเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไฟฟ้า และสามารถนำมาประยุกต์ร่วมกับการพัฒนาโครงการลงทุนอื่นๆ ในอนาคตได้


“จากการคาดการณ์ของ Bloomberg NEF แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่กำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในประเทศจีน และภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการเข้าไปลงทุนในบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายแบตเตอรี่ในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่น่าพอใจแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต เนื่องจากบริษัทฯ จะได้รับสิทธิในการขยายไปยังธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายแบตเตอรี่ในประเทศไทย ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันจากการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี และเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง”


ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังสามารถนำเทคโนโลยีระบบจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่มาต่อยอดใช้กับโครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ” นายบัณฑิตกล่าว


นอกเหนือจากการลงทุนครั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “ลมลิกอร์” ของบีซีพีจีเป็นโครงการโรงไฟฟ้านำร่องภาคเอกชนรายแรกในประเทศไทยที่นำระบบจัดเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Storage System:ESS) มาใช้ควบคู่กับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เพื่อเก็บสำรองพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้ และจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าไปยังสายส่งในช่วงเวลาที่ผลิตไฟฟ้าได้น้อย ทำให้ระบบสายส่งมีความเสถียร สร้างสมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลาย โดยโครงการดังกล่าวได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้เข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน (ERC Sandbox) และล่าสุด การจัดหาเงินกู้ของโครงการฯ ยังได้รับรางวัล “The Asset Triple A Infrastructure Awards 2021” สาขา “Battery Storage Deal of The Year” จัดโดย “The Asset” นิตยสารธุรกิจการเงินชั้นนำของเอเชียอีกด้วย


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2564 บริษัท วีอาร์บี เอนเนอร์ยี่ (VRB Energy) ได้ลงนามในสัญญากับเทศบาลเมืองเซียงหยาง เพื่อเป็นผู้จัดหาและติดตั้งแบตเตอรี่ ขนาด 100 MW / 500 MWh สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเมืองเซียงหยาง จังหวัดหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวยังรวมถึงโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบแบตเตอรี่กำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์ต่อปี (Gigafactory) โดยในขณะนี้ VRB อยู่ระหว่างการดำเนินการผลิตแบตเตอรี่เฟสแรกขนาด 40MW / 200MWh และก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบแบตเตอรี่ขนาด 50 เมกะวัตต์ต่อปี

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”