Official Update :

5 หุ้นท่องเที่ยวดี๊ด๊ารับ High Season หลังนทท.เข้าไทยสูง หนุนเงินสะพัด 1.7 ล้านลบ.

เข้าสู่ช่วงเทศกาลใหญ่แบบนี้ แน่นอนว่ากลุ่มที่ได้รับประโยชน์หลักๆ คือกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งดูเหมือนว่าในปีนี้จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีเป็นอย่างมาก โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในปี 2567 ว่า ล่าสุดมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยแล้วกว่า 33 ล้านคน


โดยเชื่อว่า ณ สิ้นปี จำนวนนักท่องเที่ยวจะเกินเป้า 35 ล้านคน ที่วางเป้าไว้ และสร้างรายได้ราว 1.7 ล้านล้านบาท โดยล่าสุดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยวันละ 130,000 คน โดยประมาณ และบางวันทำนิวไฮเกือบ 150,000 คน ในเชิงกลยุทธ์มองกลุ่มท่องเที่ยวยังน่าสนใจจากการเป็นช่วง High Season โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายของปีแนะนำ ERW, SHR, MINT, AOT และ AAV


สำหรับปัจจัยพื้นฐานของ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้คำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมให้ราคาเหมาะสม 5.10 บาท/หุ้น โดยปัจจัยบวกหนุนในไตรมาส 4/67 คือ การกลับมาเปิด Holiday Inn พัทยาตั้งแต่ต.ค. (คาด ADR+10% จากเดิม) ส่วน Grand Hyatt ERW การฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เดือนพ.ย. Occ Rate กลับมาใกล้เคียงปกติสูงที่ 85-87% และจะมีเปิดโรงแรมเพิ่ม 2 แห่งเป็นกลุ่มโรงแรม Budget (Hop Inn ในไทย)


ทั้งนี้ บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 2567 เติบโต 14-15% แม้รายได้ช่วง 9 เดือน 2567 จะเติบโต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ผู้บริหารมั่นใจรายได้ไตรมาส 4/67 จะเติบโตเด่นมากพอให้ทั้งปีโตได้ตามแผน โดยแนวโน้มไตรมาส 4/67 คาดกำไรปกติเติบโตเด่นจากไตรมาสก่อน และมีโอกาสกลับมาเติบโต หรืออย่างน้อยทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้อีกครั้ง


รวมถึงแนะนำ "ซื้อ" บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR พร้อมให้ราคาเหมาะสม 3.30 บาท/หุ้น โดยแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/67 คาดฟื้นตัวเด่นจากไตรมาสก่อน และเติบโตดีจากฐานต่ำจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเข้า High Season ของโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ อีกทั้งบริษัททยอยรับคืนห้องรีโนเวทของโรงแรมในไทยแล้วตั้งแต่กลางต.ค. ทันรองรับดีมานด์ช่วงปลายปี ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุน JV ของโรงแรมในมัลดีฟส์คาดลดลงตามปัจจัยด้านฤดูกาล Revpar เดือนต.ค. +15% จากไตรมาสก่อน


นอกจากผลบวกของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย บริษัทพยายามลดหนี้สินแบบเชิงรุกผ่านการรีไฟแนนซ์และชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด คาดดอกเบี้ยจ่ายไตรมาส 4/67 ลดลง 5-10% จากไตรมาสก่อน, 10-15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่อเนื่องไปยังปี 2568 อีก 8-10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


พร้อมทั้งแนะนำ "ซื้อ" บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT พร้อมให้ราคาเหมาะสม 36.00 บาท/หุ้น โดยคาดผลประกอบการไตรมาส 4/67 เติบโตเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจาก High Season ของภาคการท่องเที่ยวในไทยเป็นหลัก ขณะที่การขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT สมมติให้บริษัทใช้เงิน 25% ของมูลค่ากอง หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ในการชำระคืนหนี้ ซึ่งคาดจะเป็นบวกต่อกำไรปกติปีละ 4-5%


ขณะเดียวกันแนะนำ “TRADING” บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ปรับลงเป็น 69.00 บาท/หุ้น โดยแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 1 ปี 67/68 (ต.ค.-ธ.ค.67) คาดเติบโตจากไตรมาสก่อน จากช่วง High Season และคาดผลประกอบการจะเติบโตเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะฐานต่ำในปีก่อนจากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติขาดความเชื่อมั่นผลจากเหตุการณ์กราดยิงในห้างสรรพสินค้าช่วง ต.ค.66


อย่างไรก็ดี จากการประกาศล่าสุดเรื่องการขอคืนพื้นที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ปรับลดกำไรปกติปี 2567/68 ลง 2% เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท (+12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และปี 2568/69 ลง 2% เป็น 2.4 หมื่นล้านบาท (+11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) จากการปรับลดรายได้ค่าเช่าพื้นที่ลดลงปีละ 12 ล้านบาท และรายได้ค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ (MAG) ปรับลงเป็น 69.50 จากเดิม 72 บาทต่อคน ตามสัดส่วนพื้นที่ที่ขอคืน


อีกทั้งแนะนำ "ซื้อ" บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV พร้อมราคาเหมาะสมกลางปี 2568 ที่ 3.70 บาท/หุ้น โดยคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ AAV หลังกลับมารายงานกำไรปกติไตรมาส 3/67 และเลือก AAV เป็น Top Pick ของกลุ่ม Transport & Logistics หากราคาหุ้นตอบสนองเชิงลบจากผลประกอบการที่ออกมาต่ำกว่าคาด มองเป็นจุดทยอยสะสมจากแนวโน้มผลประกอบการที่คาดเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ไปถึงไตรมาส 1/68 หลังรายงานกำไรได้ในไตรมาสที่ท้าทายไปแล้ว ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/67 กลับมาเติบโตจากไตรมาสก่อน จากจำนวนผู้โดยสารและ Avg. Fare ที่จะเร่งตัวขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและคาดผลประกอบการฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องตามจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นสอดคล้องกับภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว