Official Update :

จับตา 5 ปัจจัยสำคัญ ที่อาจส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลกปี 2025

ในปี 2025 นักวิเคราะห์มากมายมองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มไปได้ดีต่อเนื่องจากปี 2024 แต่ก็ยังมีปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบทั้งในทางที่ดีและไม่ดี และทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวน โดย Brooks Macdonald บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินชั้นนำจากอังกฤษ ได้ชี้ถึง 5 ปัจจัยหลักเหล่านี้


1.หนี้สาธารณะของประเทศพัฒนาแล้ว

ในปัจจุบันประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งมีความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ยกตัวอย่างเช่น อังกฤษ และฝรั่งเศส ที่มีหนี้ต่อ GDP สูงถึงเกือบ 100% และ 112% ตามลำดับ หรือ สหรัฐฯ ที่มีหนี้ต่อ GDP ราว 123% โดยยังมีแนวโน้มที่ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งถ้าประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ไม่เริ่มลดการใช้จ่ายภาครัฐฯ หรือหาทางเพิ่มรายให้ได้เพียงพอ ก็อาจสร้างปัญหา เช่น ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลพุ่งสูง เพิ่มความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของภาครัฐ และส่งผลเสียต่อความมั่นใจนักลงทุนโดยรวม ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้ทองคำหรือ BTC ยังเป็นที่ต้องการ และมีราคาสูงขึ้นในปี 2025


2.นโยบายการค้าระหว่างประเทศ

นโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศของ Trump อาจส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวของจีนและประเทศในยูโรโซนที่ทำการค้ากับสหรัฐฯ เยอะ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Brooks Macdonald มองว่าการกีดกันทางการค้าอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด โดยถ้าดูจากในอดีตที่ผ่านมา Trump มีแนวโน้มที่จะโฟกัสการกีดกันการค้าไปที่จีน ในขณะที่เปิดโอกาสเจรจากับประเทศอื่นๆ ดังนั้นจึงมองว่านโบายของ Trump จะทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานการผลิตและการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานที่อาจสร้างโอกาสให้บางธุรกิจและส่งผลเสียต่อบางธุรกิจ


3.การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ

การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีโอกาสทำให้มีเงินไหลออกนอกสหรัฐฯ น้อยลง และไหลกลับเข้าประเทศมากขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลกลดลง และทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ นอกจากนี้ ดอลลาร์ที่แข็งขึ้นอาจส่งผลเสียต่อประเทศที่กู้ยืมจากสหรัฐฯ สูง และธุรกิจที่นำเข้าสินค้าสหรัฐฯ เยอะ 


4.ความตื่นเต้นของนักลงทุนที่มีต่อหุ้น Magnificent Seven

Magnificent Seven หรือ 7 หุ้นเทครายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ Alphabet, Amazon, Apple, Meta, Microsoft, Nvidia และ Tesla ได้ปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ยที่ 65% ในปี 2024 ถือเป็นราว 35% ของผลตอบแทน S&P 500 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Brooks Macdonald มองว่าความตื่นเต้นของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นเหล่านี้อาจลดลงในปี 2025 เนื่องจากราคาหุ้นเหล่านี้ได้ปรับตัวสูงไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา แถมยังมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จากนโยบายต่างๆ ของ Trump ด้วย ซึ่งนี่อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมเติบโตช้าลง แต่ก็จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนหันมาสนใจบริษัทรายเล็กหรือกลางในประเทศอื่นๆ ที่มีแนวโน้มธุรกิจดีมากขึ้น


5.เทรนด์การควบรวมหรือซื้อธุรกิจ

ในปี 2025 รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะผ่อนปรนกฎหมายการทำธุรกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อรวมกับการลดดอกเบี้ยโดยธนาคารกลางทั่วโลกแล้ว ก็ทำให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันสามารถเข้าซื้อธุรกิจที่มีแนวโน้มดีได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสระดมทุนให้บริษัทรายเล็กและรายกลางมากมาย ซึ่งแปลว่าเราอาจเห็นการทำ IPO มากขึ้นในปีนี้


Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us