III ยังน่าสนใจไหม? 6 เดือนหุ้นร่วง 22% ฟากกูรูยังประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” ชี้ผลงานผ่านจุดต่ำสุด-คาดกำไรปี 68 โตแกร่ง
ราคาหุ้น บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอย่างหนักในช่วงเวลาเพียง 6 เดือน โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนักถึง 24.24% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 6.60 บาท เมื่อวันที่ 9 ก.ค.67 ขณะที่เมื่อวันที่ 9 ม.ค.68 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 8.72 ล้านบาท โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากความกังวลในด้านผลการดำเนินงานที่มีการปรับตัวลดลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 1-3 ในปี 2567
ทั้งนี้ ในส่วนของนักวิเคราะห์ยังคงมีคำแนะนำไปในทิศทางเดียวกัน คือ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น III โดยมองว่าผลงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก 2567 และคาดว่ากำไรจะเติบโตในช่วงไตรมาส 4/67 และปี 2568 เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
โดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมให้ราคาเหมาะสมปี 2568 ที่ 9.10 บาท ทั้งนี้ คาดกำไรปกติไตรมาส 4/67 เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าตามปัจจัยฤดูกาล และเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นครั้งแรกของปีจากฐานต่ำ GPM คาดฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ตามค่าระวางอากาศ (Baltic Air Freight Index) ที่ปรับตัวขึ้นเด่นในไตรมาส 4/67 อีกทั้งบริษัทจะเพิ่ม Margin ในบริการหลักเพื่อลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยประเมินผลประกอบการของ III ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก 2567 และจะกลับมาเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากทั้งธุรกิจหลักและส่วนแบ่งกำไรจาก ANI และ AOTGA
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ด้วยมูลค่าที่เหมาะสมที่ปรับปรุงใหม่ที่ 8.50 บาท โดยคาดว่ากำไรจะเติบโตในไตรมาส 4/67 และปี 2568 เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้าโลก (IMF คาดการณ์การเติบโต 3.4% ในปี 2568 เทียบกับ 3.1% ในปี 2567) ส่วนแบ่งกำไรจาก ANI และ AOTGA ควรจะดีขึ้นด้วย ได้ประโยชน์จากแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ดี โดยแนวโน้มกำรเติบโตของ ANI สดใสเนื่องจากมีแผนขยายไปยังตลาดใหม่ เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรสายการบินเพื่อเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศในเส้นทางไปยุโรปและอเมริกา
อีกทั้งแนวโน้มของ AOTGA ก็ดีเช่นกัน เนื่องจากบริษัทให้บริการคลังสินค้าแบบ multimodal ที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เดือนพฤษภาคมด้วยพื้นที่ 4,872 ตารางเมตร เพื่อรองรับการขนส่งในรูปแบบต่างๆ AOTGA ควรจะได้ประโยชน์จากการย้ายฐานของ AirAsia X มาที่สนามบินดอนเมืองในเดือนตุลาคมด้วย นอกจากนี้ AOTGA มีศักยภาพที่ดีที่จะเป็นผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่สามในสนามบินสุวรรณภูมิ (คาดว่าจะมีการประมูลในเดือนธันวาคม)
