Official Update :

โรงพยาบาลกลาง – เล็กคึกคัก ตรวจ -วัคซีน covid-19 ดันกำไร

สถานการณ์ covid-19 ในประเทศไทยมีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่วัคซีนที่ภาครัฐจัดให้ถูกตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่น ทำให้ประชาชนหันหาวัคซีนทางเลือกที่อาจเป็นทางรอด ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในหุ้นโรงพยาบาลขนาดกลางและขนาดเล็ก



โดยความเคลื่อนไหวในวันนี้พบว่า หุ้นโรงพยาบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น อย่างบริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ราคาหุ้นอยู่ที่ 4.20 บาท เพิ่มขึ้น 5% และปรับเพิ่มขึ้นจากต้นปี เกือบ 70% บริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ IMH ผู้ให้บริการตรวจ covid-19 และการฉีดวัคซีน ราคาหุ้นอยู่ที่  7.50 บาท เพิ่มขึ้น 6.35 % บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ราคาหุ้นอยู่ที่  24.40 บาท เพิ่มขึ้น 3.39 %


ความโดดเด่นของหุ้นโรงพยาบาลทำให้เกิดแรงเก็งกำไรเข้ามาเยอะมาก และนักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นหลายหลักทรัพย์ยังไปได้ต่อ โดยบล.โกลเบล็ก แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล และ เครื่องมือแพทย์ ในเชิงกลยุทธ์เพราะ เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสcovid-19 รายใหม่ในประเทศไทยพุ่งขึ้นแรงแตะระดับ 6 พันราย ขณะที่การฉีดวัคซีนยังมีความล่าช้า และ การจัดสรรวัคซีนที่ไม่ครอบคลุมการป้องกันโรคได้อย่างแท้จริง ประกอบกับ ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/64 ของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/63 จากจำนวนผู้ตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น  โดยหุ้นที่น่าสนใจ และ แนะนำซื้อเก็งกำไร ได้แก่  CHG -EKH –BDMS- BCH –SMD และ TM


บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มองว่า  คืบหน้าเกี่ยวกับการนำเข้าวัคซีน COVID-19 ยี่ห้อ Moderna สำหรับโรงพยาบาลเอกชนที่ผ่านการสั่งซื้อจากองค์การเภสัชกรรม โดยพบว่า กำหนดราคาขายเท่ากับ 1,650 บาท/เข็ม ทั้งนี้ความต้องการทั้งหมดของสมาคมโรงพยาบาลเอกชนเท่ากับ 9 ล้านโดส แต่ Moderna จะสามารถส่งมอบได้ทั้งหมดเพียง 5 ล้านโดส (โดยจัดสรร 4 ล้านโดสให้กับโรงพยาบาลเอกชน ส่วนอีก 1 ล้านโดสให้กับสภากาชาดไทย) ส่วนกรอบเวลาการส่งมอบกำหนดว่า 3.9 ล้านโดสในช่วง 4Q64 และอีก 1.1 ล้านโดสในช่วง 1Q65


การนำเข้าวัคซีนของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนเป็นพัฒนาการเชิงบวก หลังรอคอยการอนุมัติของรัฐบาลและให้องค์การเภสัชกรรมเป็นตัวแทนการจัดซื้อ ก่อนที่จะนำเข้ามาจัดสรรให้กับโรงพยาบาลเอกชนต่อไป ขณะที่การส่งมอบที่จะเกิดขึ้นจริงจาก Moderna สะท้อนถึงปริมาณวัคซีนที่ยังต่ำกว่าความต้องการ ทำให้คาดว่าความต้องการวัคซีนทางเลือกยังคงแข็งแกร่งในระยะ 1 ปีข้างหน้า โดยมีแรงหนุนจากความต้องการซื้อจากบริษัทเอกชนต่างๆ (ให้กับพนักงาน) และกลุ่มผู้มีรายได้สูง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยที่รุนแรง หากมีการติดเชื้อเกิดขึ้น


ทั้งนี้ ถ้าการนำเข้าวัคซีนของโรงพยาบาลเอกชนเกิดขึ้นสำเร็จ เรามองว่า โรงพยาบาลที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ BCH*, BDMS*, BH* และ CHG* เนื่องจากมีการกระจายตัวของสาขาโรงพยาบาลที่กว้าง (BCH*, BDMS* และ CHG*) และมีกลุ่มลูกค้ารายได้สูง (BH*) ยังคงน้ำหนักการลงทุน Overweight กลุ่มโรงพยาบาล โดยมี top picks ได้แก่ BCH และ BDMS โดยให้ราคาเป้าหมายปี 65 เท่ากับ 23.00 และ 26.50 บาท ตามลำดับ

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com