Nvidia หุ้นเทคฯ ตัวเต็ง รับเทรนด์ AI ในปี 2568
เทรนด์ AI เป็นที่พูดถึงมาตั้งแต่ปี 2567 และมีแนวโน้มที่เทรนด์นี้จะมาแรงกว่าเดิมในปีนี้ ซึ่งหนึ่งในบริษัทที่จะได้รับผลดีมากที่สุดก็คงไม่พ้น Nvidia หรือ NVDA ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์จาก Yahoo Finance มองว่าการเติบโตของ NVDA ที่เราเห็นนั้น อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของการขยายตัวที่เราจะเห็นในอนาคตเท่านั้น ในโพสต์นี้ Wealthy Thai จึงอยากพาทุกท่านมาสำรวจแนวโน้มของหุ้น NVDA ด้วยกัน
ล่าสุด ผลการดำเนินงานของ NVDA ในไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2568 สะท้อนถึงความต้องการ AI ที่ขยายตัวสูง โดยรายได้รวมของบริษัทเติบโตถึง 94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 35,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้จากศูนย์ข้อมูล (Data Center) พุ่ง 112% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 30,800 ล้านดอลลาร์
โดย CEO ของบริษัท Jensen Huang มองว่าเทรนด์ AI ที่กำลังเดินหน้าแบบเต็มกำลังนี้จะทำให้บริษัททั่วโลกหันมาสนใจใช้บริการของ NVDA ดูได้จากความต้องการชิปกราฟิก Hopper และ Blackwell ที่ขยายตัวสูง ทั้งนี้คาดว่ารายได้รวมในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2568 จะอยู่ที่ราว 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตรากำไรอยู่ที่ประมาณ 73%
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX มองว่า NVDA มีโอกาสสูงจากการเปิดตัวสินค้าใหม่และพัฒนาการเชิงบวกของธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น ในงาน Consumer Electronics Show 2025 (CES) ที่บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่มากมาย ได้แก่
1.การ์ดจอตระกูล RTX Blackwell อย่าง (1) RTX 5090 ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 2 เท่าจาก 4090 และ (2) RTX 5070 ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า 4090 แต่ราคาถูกกว่า
2.Project DIGITS ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะประสิทธิภาพสูงที่ใช้ชิป GB10 Grace Blackwell ซึ่งสามารถรันโมเดล AI ขนาด 200 พันล้านพารามิเตอร์ได้ โดยมีแผนวางจำหน่ายในไตรมาส 2/68
3.Nvidia Cosmos ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพัฒนา AI กายภาพ เช่น รถยนต์ไร้คนขับและหุ่นยนต์ โดยทำงานร่วมกับ Omniverse เพื่อจำลองสถานการณ์เสมือนจริง
4.Nvidia Llama Nemotron โมเดลภาษาพื้นฐานสำหรับองค์กร พัฒนาจาก Meta's Llama มีไว้ใช้เพื่อตรวจจับการทุจริต ให้บริการลูกค้า และจัดการสินค้าคงคลัง
5.Blackwell ซึ่งกำลังอยู่ในการผลิตเต็มรูปแบบ โดยผู้ให้บริการ Cloud ทุกรายมีระบบแล้ว เหลือเพียงบริษัทเปิดตัว Blackwell Ultra ในครึ่งหลังปี 2568 และ Rubin ในปี 2569
โดย InnovestX เชื่อว่าการเติบโตของ NVDA จะมีแรงหนุนจาก (1) อุปสงค์ AI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงเติบโตดีที่จะทำให้ความต้องการชิปประมวลผลยังคงเพิ่มขึ้น (2) ชิป Blackwell ที่บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยมีแนวโน้มที่ความต้องการจะเกินกำลังการผลิตไปจน ถึงปี 2569 และ (3) รายได้ที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเทคฯใหญ่ โดยราว 40% ของรายได้บริษัทมาจาก data center ขนาดใหญ่ เช่น Google และ META ซึ่งมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าราคาหุ้นในระยะสั้นยังคงมีความผันผวนจากความคาดหวังของตลาดในส่วนผลประกอบการและการออกสินค้าใหม่ ซึ่งหากผลลัพธ์ออกมาต่ำกว่าคาดอาจทำให้ราคาหุ้นปรับลงได้ และความเสี่ยงที่สินค้าจะล้ำสมัยเกินความต้องการตลาดในปัจจุบัน จึงแนะนำให้นักลงทุนเก็งกำไรเป็นรอบๆ เช่น ให้รอซื้อในช่วงที่ราคาหุ้นย่อตัวหากผลการดำเนินงานและการเปิดตัวชิปไม่เป็นไปตามความคาดหวังของตลาด และรอจังหวะขายทำกำไรที่ 150 ดอลลาร์
ส่วนราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของ NVDA บนแพล็ตฟอร์ม TipRanks สำหรับทั้งปี 2568 อยู่ที่ 178.16 ดอลลาร์ มี upside มากกว่า 20% จากราคาปัจจุบัน

