ส่องแนวโน้มกำไร 7 หุ้นค้าปลีกปี 67 พบสองแม่ลูก CPALL-CPAXT โตพุ่ง 20%
หุ้นกลุ่มค้าปลีกเป็นกลุ่มที่ได้รับปัจจัยบวกตั้งแต่ต้นปี 2568 เนื่องจากปลายปีก่อน ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการ Easy E-Receipt ลดหย่อนภาษีสูงสุด 5 หมื่นบาท ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ. 68 และ โครงการแจกเงินหมื่นเฟส 2 ให้กับกลุ่มผู้อายุ 60 ปีขึ้นไป
ขณะเดียวกันแนวโน้มไตรมาส 4/67 ความต้องการอุปโภคและบริโภคสินค้าในประเทศยังขยายตัวดี ตามกำลังซื้อที่ฟื้นตัวและการเข้าสู่ช่วงเทศกาลต่างๆ วันนี้ Wealthy Thai จึงมีแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/67 ของหุ้นกลุ่มค้าปลีก และคาดการณ์กำไรสุทธิของ 7 หุ้นค้าปลีกที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันมาฝาก
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 4/67 ของกลุ่มค้าปลีกคาดจะเติบโตทั้งจากไตรมาส 3/67 และ 4/66 เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของการบริโภค โดยกำลังซื้อเพิ่มขึ้นตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ โดยมีแรงส่งต่อเนื่องจากการแจกเงินหมื่นให้กลุ่มเปราะบางตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/67
ประกอบกับเม็ดเงินจากช่วงเทศกาลหนุนรายได้ภาคท่องเที่ยว สอดคล้องกับยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่สาขาท่องเที่ยวจะเติบโตดีกว่าค่าเฉลี่ยทั้งกลุ่ม และกลยุทธ์หลักของหลายบริษัทคือการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการปรับสัดส่วนการขายสินค้าและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลข้างต้นทำให้ภาพรวมทั้งปี 2567 คาดกลุ่มค้าปลีกใน Coverage ของบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้แก่ BJC, CPALL, CPAXT, CRC, DOHOME, GLOBAL และ HMPRO จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน
ส่วนกำไรของแต่ละหุ้น บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า BJC จะมีกำไรปี 2567 อยู่ที่ 4,276 ล้านบาท ลดลง 9.2% จากปีอน
ถัดมา CPALL คาดว่าจะมีกำไรปี 2567 ที่ 23,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% จากปีก่อน
CPAXT คาดว่าจะมีกำไรปี 2567 ที่ 10,592 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.7% จากปีก่อน
CRC คาดจะมีกำไรปี 2567 ที่ 8,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากปีก่อน
DOHOME คาดจะมีกำไรปี 2567 ที่ 985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.6% จากปีก่อน
GLOBAL คาดจะมีกำไรปี 2567 ที่ 2,447 ล้านบาท ลดลง 8.6% จากปีก่อน
และ HMPRO คาดว่าจะมีกำไรปี 2567 ที่ 6,439 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน
ปี 68 มาตรการรัฐฯ หนุนการบริโภคต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 ยังเติบโตจากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินภาพการบริโภคในประเทศสำหรับปี 2568 จะดีขึ้นจากปี 2567 ต่อเนื่อง ด้วยแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นหลัก เช่น มาตรการ Easy e-receipt ที่จะมีผลช่วงไตรมาส 1/68, มาตรการแจกเงินเงินหมื่นเฟส 2 ภายในม.ค. 68
ส่วนเฟส 3 วงเงินประมาณ 1.4-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบดิจิทัลวอลเล็ต คาดเห็นความคืบหน้าภายในไตรมาส 2/68 เป็นแรงผลักดันกำลังซื้อในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐฯ ที่ต่อเนื่องขึ้นกว่าปี 2567 รวมถึงการฟื้นตัวต่อเนื่อง ของภาคท่องเที่ยว ทำให้คาดว่าภาพรวมกำไรของหุ้นกลุ่มค้าปลีกในปี 2568 อยู่ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน
ดังนั้น ยังคงน้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด” ในช่วงไตรมาส 1/68 โดยฝ่ายวิเคราะห์ชอบกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและห้างฯ เพราะได้ประโยชน์โดยตรงจากเม็ดเงินของภาครัฐฯ ส่วนกลุ่ม Home Improvement คาดจะเริ่มน่าสนใจช่วงครึ่งหลังปี 2568 ที่ผลประกอบการเติบโตจากฐานต่ำ
โดยเลือก CRC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ คาดกำไรปี 2568 เริ่มกลับมาเติบโต 11% จากปีก่อน เพราะได้ผลบวกจากมาตรการลดหย่อนภาษีเพราะกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้เสียภาษีและมียอดใช้จ่ายต่อบิลสูง ส่วนครึ่งหลังปี 2568 คาดธุรกิจ Hardline จะฟื้นตัวตามกลุ่ม Home Improvement
ด้าน CPALL และ CPAXT ปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PER ปี 2568 เพียง 20 เท่า และ 2 เท่า ตามลำดับ คิดเป็น -2SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต ยังมี Downside จำกัด อาจใช้การทยอยสะสมสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เพื่อคาดหวังผลการชี้แจงข้อมูลต่อสมาคมบลจ. หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มนักลงทุนสถาบัน อาจเห็นการฟื้นตัวของราคาหุ้นในระยะถัดไป

