SISB ควรไปทางไหน? 5 วันหุ้นรูด 12% โบรกฯ พร้อมใจเชียร์เคาะ “ซื้อ” มองราคาหุ้นปรับลงมากไป-ผลงานโตต่อเนื่อง

ราคาหุ้น บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอย่างหนักในช่วงเวลา 5 วัน โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลง 12.14% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 28 บาท เมื่อวันที่ 10 ม.ค.68 ขณะที่เมื่อวันที่ 16 ม.ค.68 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 24.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 353.68 ล้านบาท โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจาก sentiment เชิงลบของภาพรวมเศรษฐกิจและข่าวเหยื่อแก็งคอลเซ็นเตอร์ที่เดินทางผ่านประเทศไทย ทำให้บริษัทอาจจะมีการลดอัตราการปรับเพิ่มขึ้นของค่าเทอมในปีนี้จากปกติปีละ 5% เป็น 3%


ทั้งนี้ ในส่วนของนักวิเคราะห์ยังคงมีคำแนะนำไปในทิศทางเดียวกัน คือ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น SISB โดยมองว่าราคาหุ้นปรับลงมากไปเมื่อเทียบกับ downside ต่อกำไรสุทธิกรณีจำนวนนักเรียนต่ำกว่าสมมติฐาน อีกทั้งคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียน


โดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ คงคำแนะนำ “ซื้อ” SISB พร้อมคงราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 35.00 บาท เนื่องจากราคาหุ้นปรับลงมากไปเมื่อเทียบกับ downside ต่อกำไรสุทธิกรณีจำนวนนักเรียนต่ำกว่าสมมติฐาน ประกอบกับยังชอบ SISB จากรายได้ประจำสัดส่วนราว 90% รวมทั้งมีโอกาสเติบโตตามจำนวนนักเรียนและขยายสาขาโรงเรียนขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายเทียบเท่า Forward PE ปี 2568 ที่ 20 เท่าใกล้เคียง -2.0SD ที่ 18 เท่า


ทั้งนี้ ผู้บริหารระบุปี 2568 SISB จะปรับค่าเทอมปีการศึกษาใหม่ (กลางเดือน ส.ค.68) ราว 3% (ปี 2567 ปรับขึ้น 5%) เนื่องจากกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจกระทบกำลังซื้อ ส่วนเป้าหมายจำนวนนักเรียนใหม่ 400 คน และสิ้นปีมีจำนวนนักเรียนรวม 5,000 คน (+9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ผู้บริหารมองว่าอาจมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ และข่าวความไม่ปลอดภัยของชาวจีนในไทย โดยสิ้นปี 2567 SISB มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 4,600 คน เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นนักเรียนต่างชาติ 29% ของนักเรียนรวม เป็นนักเรียนชาวจีนสัดส่วน 75% ของจำนวนนักเรียนต่างชาติ


ราคาหุ้น SISB ปรับตัวลงเกือบ -20% นับจากต้นสัปดาห์ (13-15 ม.ค.68) โดยมองว่าอาจเกิดจากกังวลต่อประมาณการกำไรสุทธิจะมี downside หากจำนวนนักเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายบริษัท และปีนี้ปรับค่าเทอมขึ้นน้อยกว่า 5% โดยประมาณการกำไรสุทธิของ SISB ใช้สมมติฐานจำนวนนักเรียนใหม่ต่อปี 400 คน และปรับขึ้นค่าเทอม 5% ต่อปี มองว่าความเสี่ยง downside ต่อกำไรสุทธิจะเกิดจากจำนวนนักเรียนใหม่ต่ำกว่า 400 คน มากกว่าผลของปรับค่าเทอม เนื่องจากการปรับค่าเทอมจะเป็นช่วงปีการศึกษาใหม่และมีการเลื่อนชั้นเรียนของนักเรียน ทำให้ค่าเทอมเฉลี่ยสูงกว่าการปรับค่าเทอมรายปี อย่างไรก็ตาม ประเมินกรณีจำนวนนักเรียนใหม่ต่ำกว่า 400 คน ทุก 10% คาดว่าจะเป็น downside ต่อกำไรสุทธิปี 68-70 ราว -2%-3%


ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” พร้อมให้ราคาเป้าหมายใหม่ 34.80 บาท ทั้งนี้ ราคาหุ้น SISB ปัจจุบันได้ปรับลดลงค่อนข้างมาก จากความกังวลของภาพรวมเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทอาจจะมีการลดอัตราการปรับเพิ่มขึ้นของค่าเทอมในปีนี้ จากปกติปีละ 5% เป็น 3% ประกอบกับ sentiment เชิงลบของข่าวดาราจีนที่โดนหลอกลวงมาทำงานเป็นแก็งคอลเซ็นเตอร์ โดยการเดินทางผ่านประเทศไทยไปยังชายแดนเมียนมา และข่าวเกิดขึ้นอีกในหลายๆเคสตามมา ส่งผลให้คนจีนเกิดความกังวลในความปลอดภัยในการเดินทางมาประเทศไทย


อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าข่าวดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบกับนักเรียนจีนปัจจุบันของ SISB ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็กติดตามมาอยู่กับผู้ปกครอง แต่อาจจะมีผลกระทบบ้างกับกลุ่มผู้ปกครองของคนจีนกลุ่มใหม่ที่กำลังตัดสินใจนำบุตรหลานมาเรียนในไทย ทำให้อัตราการเติบโตของจำนวนนักเรียนเด็กจีนใหม่อาจจะลดลง เทียบกับช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจุบันนักเรียนจีนคิดเป็นประมาณ 22% ของนักเรียนทั้งหมด


ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะอยู่ที่ 242 ล้านบาท (+15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +11% จากไตรมาสก่อน) ยังเป็นสถิติใหม่สูงสุดจากการรับรู้รายได้การเปิดเทอมการศึกษาใหม่เต็มไตรมาส และคาดกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนนักเรียนสิ้นปีอยู่ที่ประมาณ 400 คน มาอยู่ที่ 4,600 คน แบ่งเป็นสัดส่วนสาขานนทบุรีเพิ่มขึ้น 52%, เชียงใหม่ 19% ตามด้วยระยอง 13% โดยเทอมการศึกษาใหม่เปิดเดือน ส.ค. บริษัทมีการปรับค่าเทอมเพิ่มขึ้น 5% คาดอัตรามาร์จิ้นเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าต้นทุนครู


โดยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-69 ลดลงจากเดิม 10% และ 16% ตามลำดับ จากการปรับอัตราการขึ้นค่าเทอม 3% และ 5% ตามลำดับ จากเดิมที่คาดเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 7% โดยคาดนักเรียนใหม่ปี 2567 ประมาณ 400 คน เท่ากับที่บริษัทคาด จากการคาดคนจีนเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงมาอยู่ที่ 100 คน จากปี 2567 ประมาณ 160 คน และคนสัญชาติไทยและอื่นๆ ประมาณ 300 คน จากปี 2567 240 คน การเติบโตมาจากการขยายสาขาเดิมในช่วงปี 2567-68 จำนวน 1,800 ที่นั่ง หรือเพิ่มขึ้น 27% และสาขาใหม่นนทบุรีและระยองที่คาดจะรองรับนักเรียนได้เพิ่มขึ้น และปี 2569 คาดจำนวนนักเรียนใหม่เพิ่มขึ้น 500 คน จากสาขาใหม่รังสิตที่ 7 ที่คาด 150 คน และสาขาเดิม 350 คน ในขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่จากบุคลากรครูเป็นหลัก คาดอัตราทำกำไรเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนนักเรียนต่อครูที่ 8:1 และคาดอัตราส่วนจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราทำกำไรเพิ่มขึ้นจากการเกิดการประหยัดขนาด (economy of scale) โดยปกติโรงเรียนนานาชาติทั่วไปจะอยู่ที่อัตรา 10:1

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us