4 หุ้นสหรัฐฯ ลุ้นรับผลดี หลัง Trump ทุ่มลงทุน AI กว่า 5 แสนล้าน
กระแส AI ยังคงมาแรงไม่หยุด หลังประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศทุ่มเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI กว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อดันสหรัฐฯ เป็นศูนย์กลาง AI ของโลก โดยในโพสต์นี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมรายชื่อ 4 หุ้นสหรัฐฯ ที่มีสิทธิ์ลุ้นรับผลดีจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI มากที่สุด ตามการวิเคราะห์ของ CEO บริษัทบริหารการลงทุน U.S. Global Investors ในนิตยสาร Forbes
โดยหุ้นเหล่านี้ถูกแบ่งอยู่ในสองกลุ่ม คือ (1) กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์ AI โดยตรง และ (2) กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
สำหรับกลุ่มแรกได้แก่
1.Nvidia (NVDA)
NVDA มีแต้มต่อจากการเป็นผู้ผลิตหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) รายหลักของโลกอยู่แล้ว และในปัจจุบันบริษัทก็มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจาก Apple เมื่อเทียบจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market cap) จึงมีแนวโน้มสูงที่การเปลี่ยนผ่านด้าน AI ครั้งนี้จะมี NVDA เป็นผู้นำ
2.Palantir (PLTR)
PLTR เป็นบริษัทซอฟท์แวร์ที่ผลิตแพลทฟอร์มสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทมีแนวโน้มได้รับผลดีจากนโยบายผลักดันการเติบโตของ AI ในสหรัฐฯ เนื่องจากบริษัทมีการทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐอยู่แล้ว นอกจากนี้บริษัทยังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในด้านการทหารของสหรัฐฯ ดูได้จากการที่กองทัพสหรัฐฯ ทำสัญญาซื้อแพลทฟอร์มทางการทหารที่ใช้ AI และ Machine Learning อย่างเช่น Maven Smart System มูลค่ากว่า 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ Vantage มูลค่ากว่า 401 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทมีแนวโน้มสูงที่จะมีบทบาทและเป็นที่ต้องการมากขึ้นในหน่วยงานสหรัฐฯ หากมีการผลักดันด้าน AI
ส่วนหุ้นที่ได้รับผลดีทางอ้อมจากความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่
1.Vistra (VST)
บริษัทผลิตพลังงานไฟฟ้า VST มีโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติและโรงงานผลิตพลังงานนิวเคลียร์ที่ดูจะมีศักยภาพเพียงพอต่อการผลิตพลังงานมหาศาลให้กับ data center หลายแห่ง นอกจากนี้ การที่บริษัทมีข้อตกลงทางธุรกิจที่จะผลิตไฟฟ้าในราคาพรีเมียมให้กับ 2 บริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ Microsoft ก็ยิ่งทำให้บริษัทมีการเงินที่แข็งแรงขึ้น
2.General Electric (GE)
บริษัท GE Vernova (บริษัทลูกของ GE) มีความโดดเด่นด้านการผลิตพลังงานหมุนเวียนซึ่งตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน โดยรายงานจาก Bloomberg เผยว่า ที่ผ่านมา ความต้องการพลังงานจากกังหันก๊าซ (gas turbine) ของบริษัทได้พุ่งขึ้นสูงหลัง data center มากมายต้องการพลังงานมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้มีการร่วมมือในโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เช่น โครงการผลิตพลังงานลมในออสเตรเลียมูลค่ากว่า 2,750 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยเสริมความเป็นผู้นำของบริษัทในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก http://Investing.com คาดว่ารายได้ของ GE Vernova จะแตะ 45,000 ล้านดอลลาร์ได้ในปี 2028

