รวมให้แล้ว! ลิสต์หุ้นผลงานโดดเด่น เอาใจนักเก็งกำไร
กลับเข้าสู่ช่วงเทศกาลประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนอีกครั้ง นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ได้ทยอยกันอวดผลงานในปีที่ผ่านมา ซึ่งก็มีทั้งรายที่มีกำไรเพิ่มขึ้นและลดลง เป็นไปตามกลยุทธ์การบริหารธุรกิจของแต่ละราย
อย่างไรก็ดี นักลงทุนคงเกิดคำถามขึ้นภายในใจถึงภาพรวมการดำเนินงานของ SET INDEX ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน ซึ่งเรื่องนี้ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ของ SET INDEX ที่ 2.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน และ 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยได้แรงหนุนจาก GDP ที่เร่งตัวขึ้นตามมาตรการกระตุ้นการบริโภค และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ รวมถึงราคาพลังงานและค่าเงินบาทที่เป็นรายการพิเศษผันผวนเชิงลบน้อยกว่าไตรมาส 3/67 ทำให้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันลดลง และคาดว่าบริษัทส่งออกส่วนใหญ่จะกลับมามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้พบว่าฐานกำไรไตรมาส 4/66 และไตรมาส 3/67 ยังต่ำกว่าจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/67 จะออกมาโตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ ค้าปลีก, ท่องเที่ยว, สื่อสาร, ไฟแนนซ์, ขนส่งและโลจิสติกส์ ด้วยความคาดหวังผลประกอบการรอบนี้ที่อยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าพฤติกรรมการตอบรับงบที่ประกาศออกมา จะเป็น Buy on fact มากกว่า Sell on fact แนะนำเก็งกำไร ADVANC, CPALL, CPAXT, OSP, PR9, SCB, SAWAD, SYNEX
สำหรับคำแนะนำการลงทุน เริ่มด้วย “Trading” บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC พร้อมคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ที่ 294 บาทต่อหุ้น โดยคาดผลประกอบการไตรมาส 4/67 มีกำไรปกติที่ 8.7 พันล้านบาท โต 3.2% จากไตรมาสก่อน และ 23.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรที่เติบโตมาจาก ARPU ที่ขยายตัวต่อเนื่องทั้งในตลาดมือถือและตลาด Fixed broadband รวมถึงการควบคุมต้นทุนที่ทำได้ดี อีกทั้งคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท โต 20% จากปีก่อน และปี 2568 ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท โต 12% จากปีก่อน
ขณะที่คงคำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL พร้อมปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ขึ้นเป็น 81.50 บาทต่อหุ้น โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 4/67 ที่ 6.6 พันลบ. โต 7% จากไตรมาสก่อน และ 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตจากไตรมาส 3/67 เป็นไปตามปัจจัยด้านฤดูกาล ส่วนการเติบโตจากไตรมาส 4/66 มาจากการเติบโตทั้ง 3 ธุรกิจ โดยคาดรายได้รวมที่ 2.5 แสนลบ. โต 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉพาะธุรกิจ CVS คาดรายได้ที่ 1.1 แสนลบ. โต 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว, กำลังซื้อจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และจำนวนสาขาใหม่อีกราว 700 แห่ง พร้อมปรับกำไรปกติของ CPALL ปี 2568 ขึ้น 2-3% เป็น 2.6 หมื่นลบ. โต 13% จากปี 2567
พร้อมทั้งคงคำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT และปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 39.50 บาทต่อหุ้น โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 4/67 ที่ 3.8 พันลบ. โต 64% จากไตรมาสก่อน และ 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามปัจจัยด้านฤดูกาล และผลบวกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ, GPM ดีขึ้นในทุกธุรกิจและ Synergies จากการควบรวม CPAXT กับ Ekacha พร้อมปรับประมาณการปี 2568-2569 ขึ้นปีละ 3-4% เป็นคาดกำไรปกติที่ 1.3 หมื่นลบ. โต 23% และ 1.4 หมื่นลบ. โต 11% ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการปรับสมมติฐาน GPM ขึ้นปีละ 20bps สะท้อนการบริหารจัดการภายในกลุ่ม และการประหยัดต่อขนาดที่เพิ่มขึ้น
เช่นเดียวกับที่แนะนำ “ซื้อ” บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP พร้อมคงราคาเหมาะสมที่ 30 บาท โดยแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/67 คาดกลับมาเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวทั้งธุรกิจในประเทศหลังน้ำลด และเห็นสัญญาณของกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัว แม้ส่วนแบ่งการตลาดคาดจะทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่ราว 46% แต่คาดได้แรงหนุนจากการออกสินค้าใหม่หลายตัว พร้อมปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567-2568 ขึ้น 6.6% และ 3.8% เป็น 3,096 ลบ. โต 42.5% จากปีก่อน และ 3,450 ลบ. โต 11.4% จากปีก่อน ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน ได้คงคำแนะนำ “Trading” บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 พร้อมปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานปี 2568 เป็น 27.00 บาท โดยคาดกำไรสุทธิในไตรมาส 4/67 ที่ 213 ล้านบาท โต 2% จากไตรมาสก่อน และ 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยหนุน 1) high season ของธุรกิจตรวจสุขภาพ การระบาดของโรคที่เพิ่ม และการเติบโตของศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง 2) กลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าต่างชาติ 3) นโยบายการควบคุมต้นทุนทำได้ดี และสัดส่วนการรักษาโรคเฉพาะทางที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ EBITDA margin ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/66 ที่ 24.1% เป็น 25.1% ทั้งนี้ คาดกำไรปี 2568 เติบโตต่อเนื่อง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 808 ล้านบาท
อีกทั้งแนะนำ “ซื้อ” บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ให้มูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 130 บาท โดย SCB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จำนวน 11,707 ลบ. โต 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 7% จากไตรมาสก่อน ดีกว่าที่ บล.หยวนต้า และตลาดคาด 5.5% และ 19.1% ตามลำดับ ขณะที่ปี 2568 คาดว่า SCB จะมีกำไรสุทธิ 45,435 ลบ. โต 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากสินเชื่อรวมที่คาดขยายตัวต่อเนื่อง รายได้ค่าธรรมเนียมคาดปรับตัวดีขึ้น และคาดการตั้งสำรองมีโอกาสชะลอลง ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายจาก Robinhood แต่บริษัทมีแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและ Gen AI มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ Gen 1 และ Gen 2
รวมถึงแนะนำ “ซื้อ” บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD พร้อมให้มูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 51.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 4/67 กลับมาโตทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง บวกกับผลขาดทุนจากการขายรถยึดของ SCAP ที่คาดจะลดลงต่อ ขณะที่ในฝั่งรายได้ อกเบี้ยคาดกลับมาโตจากไตรมาสก่อน จากการเร่งปล่อยสินเชื่อในช่วงปลายปี ซึ่งมีความต้องการสินเชื่อค่อนข้างมาก หนุนให้ยังคาดว่าทั้งปี 2567 SAWAD จะมีกำไรสุทธิ 5,419 ลบ. โต 8.4% จากปีก่อน และโตต่อ 14.9% ในปี 2568
นอกจากนี้ แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX พร้อมคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ที่ 19.20 บาทต่อหุ้น โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 4/67 ที่ 151 ล้านบาท โต 6% จากไตรมาสก่อน และ 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เติบโตเด่น จากยอดขายสินค้ากลุ่มมือถือที่ขยายตัวดี ทั้งนี้ หากกำไรไตรมาส 4/67 ออกมาตามคาด กำไรทั้งปี 2567 จะคิดเป็น 94% ของประมาณการทั้งปี โดยคงประมาณการปี 2567-2568 ที่ 578 ล้านบาท โต 33.5% จากปีก่อน และ 685 ล้านบาท โต 18.5% จากปีก่อน ตามลำดับ

