เปิดลิสต์หุ้นสหรัฐฯ รับผลดี-ผลเสียมากสุด! จากนโยบายขึ้นภาษี
นโยบายขึ้นภาษีของประธานาธิบดี Donald Trump สร้างความผันผวนมากมายให้กับตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นของสหรัฐฯ เองด้วย โดยนักวิเคราะห์จาก Wells Fargo ได้ชี้เป้า 2 หุ้นสหรัฐฯ ที่มีโอกาสรับผลดีและผลเสียมากที่สุดจากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้า
โดยหุ้นสหรัฐฯ ที่มีโอกาสรับผลดีมากที่สุดได้แก่ Amazon (AMZN) และ Etsy (ETSY)
ตามการวิเคราะห์ของ Wells Fargo การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ได้ยกเลิกการอนุญาตนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์โดยไม่เสียภาษี ซึ่งนี่ทำให้สินค้าจากต่างชาติส่วนใหญ่มีราคาแพงขึ้น และแม้บริษัทจีนอย่าง Temu หรือ Shein จะเริ่มมีการย้ายฐานการผลิตเพื่อรับมือกับมาตรการนี้กันบ้างแล้ว แต่สินค้าจากประเทศอื่นๆ อย่างเม็กซิโก หรือ แคนาดา ก็เริ่มมีราคาแพงขึ้นแล้ว ซึ่งนี่ช่วยลดคู่แข่งให้กับ AMZN และ ETSY
สำหรับ ETSY มองว่าการแข่งขันที่ลดลงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการตลาดของบริษัท โดยคาดว่าอัตรากำไรที่ได้จากลูกค้าที่เข้ามาใหม่ในช่วงที่มีการลงทุนโปรโมทไปตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/65 นั้น จะมาเพิ่มกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และ ค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทในปี 2568 ประมาณ 20%
ส่วน AMZN มองว่านโยบายขึ้นภาษีนำเข้าจะช่วยทำให้มีมูลค่าการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานในปี 2568 เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 0.4% จึงมองว่าทั้งสองบริษัทนี้จะได้รับผลดีมากที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ในสหรัฐฯ
ขณะที่หุ้นที่ได้รับผลเสียมากที่สุดคือ Meta (META) และ Google (GOOGL)
หุ้นทั้งสองมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะที่มุ่งเป้าไปยังประเทศจีน เนื่องจากทั้งคู่มีสัดส่วนรายได้จากจีนมากกว่าบริษัทอื่นๆ ในสหรัฐฯ โดย 11% ของรายได้โฆษณาของ META และ 7% ของรายได้บริการค้นหาของ GOOGL มาจากประเทศจีน ซึ่งความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีโอกาสกระทบนโยบาย e-commerce ระหว่างประเทศ

