Official Update :

สำรวจหุ้นพลังงาน “FSLR”  ราคายอดแย่ แต่ upside ยอดเยี่ยม 

ราคาหุ้นพลังงานแสงอาทิตย์ First Solar Inc หรือ FSLR นั้นร่วงลงมามากว่า 26% นับตั้งแต่ต้นปี ที่ Donald Trump ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ และได้ออกตัวสนับสนุนการขุดน้ำมันเพิ่ม ซึ่งนับได้ว่าเป็นหนึ่งในหุ้นสหรัฐฯ ที่ราคาแย่ที่สุด อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 4/67 ออกมาดีกว่าคาด แถมนักวิเคราะห์หลายแห่งก็มองว่าหุ้นนี้มีโอกาสดีในระยะยาว แถมมี upside สูงมากด้วย ซึ่งในโพสต์นี้ เราจะไปดูกันว่าทำไมนักวิเคราะห์ถึงยกให้หุ้นราคายอดแย่อย่าง FSLR เป็นหุ้นที่มี upside ยอดเยี่ยมกัน


ในไตรมาส 4/67 รายได้รวมของ FSLR อยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตสูงถึง 30.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมากกว่าที่ตลาดคาดที่ 1.47 พันล้านดอลลาร์ โดยการขยายตัวมากจากยอดขายแผงโซลาร์เซลที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก และด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 393 ล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 13.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ราว 26% เพิ่มขึ้นเกือบ 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตัวเลขที่ออกมาดีเหล่านี้สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งและการเป็นผู้นำในตลาด


สำหรับปี 2568 นี้ บริษัทมองว่ารายได้จะอยู่ที่ระหว่าง 5.3 - 5.8 พันล้านดอลลาร์ และ กำไรต่อหุ้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 17 - 20 ดอลลาร์ ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนที่จะขยายฐานการผลิตต่อไปและลงทุนใน R&D มากขึ้น เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ๆ และรักษาความสามารถในการแข่งขัน 


ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ หลายคนมองว่าบริษัทยังมีแนวโน้มที่ดีแม้จะเจอความเสี่ยง เช่น ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ความไม่แน่นอนด้านนโยบายสหรัฐฯ และ ความต้องการจากต่างชาติที่มีโอกาสลดลงท่ามกลางสงครามการค้า โดยนักวิเคราะห์จาก Monkey Insider ยกให้ FSLR เป็น หนึ่งใน 10 อันดับ “หุ้นราคาแย่ที่น่าซื้อ” (Top 10 Worst Performing Stocks to Buy) เนื่องจาก (1) FLSR เป็นหุ้นที่กองทุนและนักวิเคราะห์เลือกซื้อเป็นอันดับต้นๆ และยังมองว่ามีโอกาสเข้าสู่ขาขึ้น ตามข้อมูลจากฐานข้อมูลของ Insider Mokey และ (2) หุ้นมีโอกาสรับผลดีจากเทรนด์ AI ที่ต้องการพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น และเทรนด์พลังงานสะอาดทั่วโลก โดย Fortune Business Insights คาดว่าตลาดพลังงานสะอาดจะเติบโตราว 6% ต่อปี แตะ 436.4 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2575


ด้านนักวิเคราะห์จาก UBS แม้จะมีการปรับราคาเป้าหมายของหุ้นลงจาก 360 ดอลลาร์ เหลือ 285 ดอลลาร์ จากความเสี่ยงต่างๆ ในปีนี้ แต่ก็ยังคงเรทติ้งไว้ที่ “ซื้อ” และมองว่าบริษัทมีโอกาสดีจากการเร่งผลิตสินค้าในคลัง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาอุปสงค์สูงเกินอุปทานและปัญหาส่งมอบสินค้าล่าช้าในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมองว่าความต้องการในสหรัฐฯ จะช่วยบรรเทาความต้องการจากต่างชาติที่อ่อนแอ แถมบริษัทสามารถผลิตสินค้าทั้งหมดได้ภายในสหรัฐฯ เพียงที่เดียว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกด้วย 


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด แนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไรจากผลประกอบการในระยะต่อไปที่คาดว่าจะออกมาดี โดยมองว่าในปัจจุบันงบอยู่ในช่วงฟื้นตัวตามตลาดพลังงานสะอาดที่เริ่มมีภาพการฟื้นตัวต่อเนื่องในทิศทางเดียวกันกับบริษัทในอุตสาหกรรมเกียวกัน เช่น  SolarEdge ที่เผยงบดีกว่าคาดเช่นกัน ทั้งนี้ Bloomberg ให้ราคาเป้าหมายที่ 268 ดอลลาร์ โดยมี upside มากกว่า 70% จากราคาปัจจุบัน