อัพเดทความน่าสนใจ ของ 3 หุ้นเทคระดับโลก
ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว DeepSeek การขู่ขึ้นภาษีนำเข้าจีนเพิ่ม หรือ การประกาศผลการดำเนินการของบริษัทมากมาย ต่างกระทบตลาดหุ้นเทคทั่วโลก และในโพสต์นี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมความเคลื่อนไหวในปัจจุบันของโบรกเกอร์ชื่อดัง เกี่ยวกับมุมมองที่มีต่อหุ้นเทค อย่างเช่น Nvidia (NVDA), Alibaba (BABA), และ Google (GOOGL) โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.NVDA ถูกเลือกให้เป็นหุ้น AI อันดับหนึ่งโดย BofA
Bank of America (BofA) ปรับราคาเป้าหมายหุ้น Nvidia หรือ NVDA ขึ้นจาก 190 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 200 ดอลลาร์ และยังคงแนะนำ “ซื้อ“ เพราะมองว่า NVDA จะยังครองตำแหน่งผู้นำในตลาด AI
โดย BofA ชี้ว่าคาดการณ์ P/E สำหรับปี 2568 และ 2569 ที่ 29 เท่า และ 22 เท่า (ตามลำดับ) อยู่ในระดับที่น่าดึงดูด และแม้บริษัทจะเจอความท้าทายจากนโยบายจำกัดการส่งออกสินค้า AI ไปจีน และความล่าช้าในการเปลี่ยนไปใช้ชิป Blackwell แต่ผลการดำเนินงานล่าสุดในไตรมาส 4/67 ก็ยังออกมาแข็งแกร่งโดยรายได้โต 78% YoY แตะ 39.3 พันล้านดอลลาร์ แสดงถึงความแข็งแกร่งของบริษัท
ทั้งนี้ BofA แนะนำว่าในช่วงนี้ที่ราคาหุ้นมีการย่อตัวลงมาบ้าง เป็นจังหวะที่ดีในการซื้อหุ้น เพราะคาดว่าราคาหุ้นจะปรับขึ้นอีกครั้งช่วงกลางเดือนมีนาคมท่ามกลางความตื่นเต้นของนักลงทุนเมื่อบริษัทจัดงานสัมนา GTC (งานสัมนาเทคและ AI) ในช่วง 17-21 มีนาคนปีนี้
2.BABA ถูกปรับเรทติ้งและราคาเป้าหมายขึ้นโดย Bernstein จากแนวโน้มที่ดีท่ามกลางเทรนด์ AI
Bernstein ปรับเรทติ้ง Alibaba (BABA) ขึ้นจาก “Market-Perform” เป็น ”Outperform” และเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นจาก 104 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 165 ดอลลาร์ จากแนวโน้มการเติบโตที่ดีของ Alicloud และกลยุทธ์การลงทุนที่มีชั้นเชิงมากขึ้น
ช่วงที่ผ่านมาหุ้น BABA ปรับตัวขึ้นเร็วหลังการเปิดตัวของ DeepSeek เนื่องจากนักลงทุนเริ่มหันมาให้มูลค่า Alicloud มากขึ้นในการคำนวณราคาหุ้นโดยวิธี Sum Of The Parts หรือ SOTP (เป็นวิธีประเมินมูลค่าหุ้นโดยการนำมูลค่าของหุ้นบริษัทลูกมารวมกัน) นอกจากนี้ บริษัทยังมีกลยุทธ์การลงทุนที่ดี โดยเน้นที่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI มากกว่าการลงทุนในการขยายช่องทาง e-commerce ซึ่ง Bernstein มองว่าการลงทุนด้าน AI จะช่วยให้ธุรกิจ Cloud ของบริษัทเติบโตได้ทันบริษัทคู่แข่งอย่าง Huawei และ Tencent
3.GOOGL ถูกลดราคาเป้าหมายโดย Wolfe Research จากคาดการณ์รายได้ที่ต่ำลงในปี 2568-2569
Wolfe Research ลดราคาเป้าหมาย Google หรือ GOOGL ลงจาก 220 ดอลลาร์ เหลือ 210 ดอลลาร์ และคงเรทติ้งไว้ที่ “Outperform”
การปรับลดราคาเป้าหมายมาหลังจากที่นักวิเคราะห์ได้ทำวิจัยเชิงลึกเพื่อดูผลกระทบจากการที่คนเปลี่ยนไปใช้โมเดล AI ในการค้นหาคำตอบ ประกอบกับผลจากการทำสำรวจ ที่ชี้ว่ารายได้ธุรกิจ Search หรือ โปรแกรมค้นหา ในปี 2568 และ 2569 มีแนวโน้มชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงเรทติ้งไว้ที่ “Outperform” เพราะมองว่าบริษัทยังมีแนวโน้มที่ดีในระยะยาว โดยปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดที่ใหญ่ของบริษัท, การลงทุนใน AI, การเป็นผู้นำในตลาด Search, และการเร่งออกสินค้าใหม่ๆ จะช่วยให้ GOOGL สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดโฆษณาดิจิทัล, เพิ่มสัดส่วนในตลาด Cloud, สร้างช่องทางรายได้ใหม่ๆ, และรักษาความสามารถในการแข่งขันด้าน AI ในอนาคตได้

