SINO กางแผน 5 ปี ตั้งเป้ารายได้แตะ 10,000 ลบ. เดินหน้าขยายบริการครอบคุลมอาเซียน ลุย M&A เสริมแกร่งธุรกิจขนส่งทางอากาศ
SINO ตั้งเป้า 5 ปี (68-72) รายได้เติบโตแตะระดับ 10,000 ล้านบาท เผยอยู่ระหว่างเจรจาดีล M&A ธุรกิจขนส่งทางอากาศในประเทศ คาดชัดเจนครึ่งแรกปีนี้ หวังดันสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 10% พร้อมขยายสำนักงานต่างประเทศต่อเนื่อง ส่วนปี 68 คาดรวมที่ 4,300 ล้านบาท โต 16% และมีปริมาณการขนส่งสินค้ารวม 53,000 ตู้ เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปีข้างหน้า (68-72) รายได้จะเติบโตถึงระดับ 10,000 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนจะมาจากการเติบโตของ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งบริการขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) ที่เดินหน้าขยายบริการให้ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปีข้างหน้า (68-72) รายได้จะเติบโตถึงระดับ 10,000 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนจะมาจากการเติบโตของ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งบริการขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) ที่เดินหน้าขยายบริการให้ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน
รวมถึงการขยายบริการขนส่งทางอากาศ (Air Freight) เพื่อมุ่งเป็น General Sale Agent (GSA) ตัวแทนขายของสายการบินในภูมิภาคหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดต้นและทำให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้ให้บริหารขนส่งทางอากาศได้มากขึ้น ส่วนบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ และบริการให้เช่าคลังสินค้า (Logistics Support) บริษัทจะร่วมมือกับบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) โดยใช้โมเดลการขยายคลังสินค้าตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ภายใน 5 ปีข้างหน้า (68-72) สัดส่วนรายได้ของบริการขนส่งสินค้าทางทะเล จะปรับลดลงมาอยู่ที่ 85% จากสิ้นปีนี้คาดอยู่ที่ 95% ในขณะที่สัดส่วนรายได้จากบริการขนส่งทางอากาศ จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 10% จากสิ้นปีนี้คาดอยู่ที่ 3% ส่วนที่เหลืออีกราว 5% จะมาจากบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ และบริการให้เช่าคลังสินค้า ซึ่งคาดว่าสิ้นปี 2568 จะอยู่ที่ 2% ของรายได้รวม
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 บริษัทวางเป้าหมายรายได้รวม 4,300 ล้านบาท เติบโตกว่า 16% จากปีที่ผ่านมา และมีปริมาณการขนส่งสินค้ารวม 53,000 ตู้ เพิ่มขึ้นเกือบ 8% จากปีก่อน โดยยังเดินหน้าขยายธุรกิจบริการ Air Freight ด้วยกลยุทธ์การเพิ่มขีดความสามารถและขยายฐานลูกค้า เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพารายได้ในระยะยาวจากกลุ่มธุรกิจบริการ Sea Freight ที่เป็นสัดส่วนรายได้หลักในปัจจุบัน
ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับกับพาร์ทเนอร์ในประเทศเวียดนาม จัดตั้งบริษัทร่วมทุนและสำนักงานในเวียดนามเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าจะเริ่มให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลในเส้นทางเวียดนาม – สหรัฐอเมริกา และจากเวียดนามไปยังภูมิภาคอื่นๆ ได้ในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะมีปริมาณขนส่งสินค้าในปีแรกประมาณ 900 ตู้ โดยเวียดนามเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตและมีศักยภาพด้านการส่งออก
อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนาม มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้ามากนัก เนื่องจากประเมินว่าสหรัฐฯ ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากเวียดนามที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจบริการให้เช่าคลังสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยแผนดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาด้านทำเลที่ตั้งและความคุ้มค่าในการลงทุน คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ จากปัจจุบันที่มีบริการให้เช่าคลังสินค้า 2 แห่ง ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง มีพื้นที่รวมประมาณ 20,000 ตารางเมตร
ขณะที่ความคืบหน้าการควบรวมกิจการ (M&A) ธุรกิจขนส่งทางอากาศในประเทศ ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปและเห็นความชัดเจนภายในครึ่งแรกของปี 2568 นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะเข้าซื้อกิจการธุรกิจขนส่งทางอากาศเพิ่มเติมในปี 2569 อีก 1 แห่ง หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
“ภาพรวมธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ แม้มีปัจจัยความไม่แน่นอนของภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่อาจกระทบกับธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าจากจีนและประเทศในภูมิภาคอาเซียนไปยังสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มองว่าแม้สหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนและประเทศอื่นๆ ที่เกินดุลการค้า แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าบางรายการที่ไม่สามารถผลิตได้เอง และต้นทุนการผลิตสินค้าบางประเภทก็ยังคงสูงกว่าการนำเข้าภายใต้อัตราภาษีใหม่ ขณะที่การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ” นายนันท์มนัส กล่าว
ในส่วนของงบลงทุนปี 2568 บริษัทคาดว่าจะใช้จำนวนเงินราว 60 ล้านบาท เพื่อสำนักงานรองรับให้บริการในประเทศเวียดนามและมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม คาดว่างบลงทุนสำหรับรองรับแผนการดำเนินงาน 5 ปี จะไม่มาก โดยเน้นการขยายโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ
ด้านฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินต่อทุนที่มีภาระดอกเบี้ย 0.56 เท่า และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทยังมีความพร้อมด้านเงินทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปลายปี 2566 พร้อมรองรับแผนงานขยายธุรกิจ
โดย ณ สิ้นปี 2567 บริษัทมีสัดส่วนรายได้มาจาก Sea Freight 96%, Air Freight 1% และ Logistics Support 3% ของรายได้รวม
Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
