Official Update :

โพยหุ้นเด่นหนี COVID-19 คลังสินค้าให้เช่า – บ้านแนวราบน่าสะสม

ความร้อนแรงของยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายใต้แรงกดดันดังกล่าว เราจะลงทุนอย่างไรให้ปลอดภัย ดังนั้นโพยหุ้นสัปดาห์นี้จะพานักลงทุนไปเฟ้นหาหุ้นน่าสะสมผ่านการประเมินของบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด


โดยมีใจความว่า ทางฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ฯ ได้มีการเชิญวิทยากรจาก Jones Lang Lasalle (JLL) มาให้ข่าวสารเกี่ยวกับแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ไทยที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งมีบริษัท และกองทุนอสังหาริมทรัพย์/REITs เข้าร่วมถึง 15 แห่ง เพื่อพี่จะได้แสดงถึงมุมมอง แนวโน้ม และกลยุทธ์ของกิจการ สำหรับปี 2564 นี้ ไว้อย่างน่าสนใจ ปรากฎว่าได้รับการตอบรับเชิงบวกจากผู้เข้ารับสัมนาครั้งนี้เป็นอย่างดี


อุตสาหกรรม โรงแรม,ท่องเที่ยว และค้าปลีก ได้รับผลกระทบเชิงลบ แต่ฟื้นตัวต่างกัน โดยอสังหาริมทรัพย์ประเภทค้าปลีก ศูนย์การค้า และพาณิชย์ คาคว่าจะกลับมาฟื้นตัวทางธุรกิจได้เร็วกว่ากลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะหากไม่ได้ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ส่วนอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกลับมาเท่าสถานะเดิม ก่อนเกิด COVID-19


ถัดมาอุตสาหกรรมสำนักงานให้เช่า มีผลลบจากอุปทานจำนวนมาก แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบน้อยจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่แนวโนมธุรกิจก็ดูจะไม่สดใสในอนาคต สืบเนื่องจาก จะมีอุปทานพื้นที่สำนักงานให้เช่าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากถึง 2.6 ล้านตารางเมตร เข้ามาในอุตสาหกรรมในช่วงตั้งแต่ปี 64-69 ซึ่งส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่ CBD ดังนั้นจึงไม่อาจจะหลีกเสี่ยงผลกระทบทางลบที่จะเกิดขึ้นกับอัตราค่าเช่า (Rent) และอัตราการเข้าเช่า (OR) ในช่วงต่อไปได้


ขณะที่อุตสาหกรรมที่ถูกคาดว่ามีอนาคตสดใส คือ โลจิสติกส์ ประเภทคลังสินค้าให้เช่า เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นแล้วดูดีที่สุด JLL คาดว่าจะยังมีความต้องการพื้นที่เช่าในอนาคตอีก 1.7 ล้านตารางเมตร สำหรับ 4 ปีข้างหน้า เพื่อที่จะตอบสนองต่อธุรกิจ E-commerce ที่ได้รับความนิยมสูงมากในโลกปัจจุบันและอนาคต


ส่วนอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย- ยอดขายบ้านแนวราบยังไปได้ดี เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียม ตั้งแต่มีการทำงานที่บ้าน(WFH) ผู้บริโภคต่างตระหนักถึงความสำคัญของบ้าน และต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มาก รวมทั้งการใช้ประโยซน์พื้นที่ใช้สอยได้คุ้มค่า แต่คอนโดมิเนียมอยู่ในภาวะซบเซา จากภาวะอุปทานล้นเกิน (Oversupply) ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่น่าเป็นกังวล


ดังนั้นคำแนะนำ คือ ให้เลือกลงทุนในกลุ่มโลจิสติกส์ และที่อยู่อาศัย สำหรับหลักทรัพย์ที่แนะนำให้ซื้อลงทุนในกลุ่มโลจิสติกส์ หรืออุตสาหกรรม (Industrial) คือ AIMIRT, FTREIT, HREIT และ WHART ด้านหลักทรัพย์กลุ่มที่อยู่อาศัย เราชอบหลักทรัพย์ที่มีพอร์ตสินค้าเป็นบ้านแนวราบ (Landed Properties) ซึ่งยังมียอดขายไปได้ดี แม้อยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้แก่ AP, ORI, LH และ SPALI



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”