ทรัมป์ป่วนโลก ฉุดสินทรัพย์เสี่ยง SET ดิ่งแรง เสี่ยงหลุด 1,000 จุด จับตาเจรจาไทย-สหรัฐฯ ชี้ชะตาดัชนี ชู Domestic Play แหล่งพักเงิน หลบความผันผวน

วานนี้ตลาดหุ้นต่างๆ ในเอเชียปรับตัวอย่างรุนแรง จากความกังวลผลกระทบที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก นำโดย ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง -13.22%, ไต้หวัน -9.7%, ญี่ปุ่น -7.8% และตลาดหุ้นจีน -7.34% ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (8 เม.ย. 68) ก็ได้รับแรงกดดันเช่นเดียวกัน โดยเปิดตลาดภาคเช้าดัชนี SET Index ปรับตัวลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 1,070.13 จุด ลดลง 55.08 จุด หรือ -4.90% มูลค่าการซื้อขาย 36,848.73 ล้านบาท ในขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าในกรณีเลวร้ายที่สุดดัชนีอาจลงไปแตะระดับ 1,000 จุด


โดยบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้นทั่วโลก “Black Monday” สินทรัพย์เสี่ยงถูกขาย เงินไหลไปพักที่ตลาดพันธบัตร เกิดความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะ recession เนื่องจากมาตรการภาษีตอบโต้ “Reciprocal tariff” รุนแรงมากกว่าที่คาด


ขณะที่ SET Index ร่วงหลุด low ต่ำกว่า 1,150 จุด (ผิดคาด) ดังนั้นแนวโน้มสัปดาห์นี้ (8-11 เม.ย. 68) สถานการณ์ความกังวล risk off ของตลาดหุ้นโลกคาดว่าจะเริ่มเบาลง อย่างไรก็ตามเรื่องมาตรการภาษีตอบโต้อาจยังไม่จบลงโดยทันที เนื่องจากบางประเทศไม่ยอมออกมาตอบโต้ หรือ อยากเจรจา จึงต้องใช้เวลาสักพักนึง ส่วนการประเมินความเสี่ยง bear case scenario จะอยู่ที่ 1,100 จุด ขณะที่ worst case scenario 1,000 จุด (ยังคงน้ำหนักน้อย)


ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยทำ New Low อีกครั้งนับตั้งแต่วิกฤตโควิด 19 หลังสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์แห่งวิกฤต (แผ่นดินไหวกรุงเทพฯ และการประกาศ มาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ) ซึ่งสร้างแรงกดดันทั่วโลก อย่างไรก็ตามลุ้นสัปดาห์นี้อาจมีรีบาวน์หลังดัชนีฯ ปรับลงแรงมากๆ ในระหว่างสัปดาห์ รวมถึงรอติดตามมาตรการรัฐ และการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ


ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงแนะนำให้สะสมหุ้น Domestic Play ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นขนาดใหญ่ที่จะถูกขายโดยนักลงทุนต่างชาติ โดยประเมินกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ไว้ที่ 1,100 – 1,150 จุด


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองผลจากสหรัฐฯ ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยรุนแรงกว่าคาด จึงปรับประมาณการ GDP ปี 2568 ลงเหลือ 1.5%-2.1% จากเดิมที่ 3.1% และปรับ EPS เหลือ 82-88 บาทต่อหุ้น จากเดิม 92 บาทต่อหุ้น


โดยประเมินเป้าหมาย SET Index ใน 3 กรณี คือ 1) กรณีแย่ที่สุด เจรจาไม่สำเร็จ ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษี 37% คาด GDP ปี 2568 เหลือโต 1.5% และ EPS ที่ 82 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน อิง PER 14 เท่า (-1.0 S.D.) ได้เป้าหมาย SET Index ที่ 1,150 จุด


2) กรณีฐาน เจรจาต่อรองได้บ้าง แต่ยังถูกสหรัฐฯ จัดเก็บภาษี 20% คาด GDP ปี 2568 โต 1.9% และ EPS ที่ 85 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน อิง PER 15 เท่า (-0.5 S.D.) ได้เป้าหมาย SET Index ที่ 1,275 จุด


3) กรณีดีที่สุด เจรจาต่อรองได้เกือบทั้งหมด แต่ยังถูกสหรัฐฯ เก็บภาษี 10% ที่เป็น Universal Tariffs คาด GDP ปี 2568 โต 2.2% และ EPS ที่ 88 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน อิง PER 15.7 เท่า (-0.25 S.D.) ได้เป้าหมาย SET Index ที่ 1,380 จุด


อย่างไรก็ตาม SET Index ที่ปรับตัวลง 20% จาดช่วงต้นปี คาดเป็นผลจากการทรุดตัวของหุ้นที่มีปัจจัยลบเฉพาะ คือ DELTA, AOT, CPALL, กลุ่มโรงไฟฟ้า รวมกันราว 8% และแรงขายของ LTF คาดมีผลราว -4% ที่เหลืออีก -8% คาดเป็นผลจากการลดความเสี่ยงต่อกรณี Trade War หากอิงผลกระทบจาก Trade War กรณีแย่สุดและกรณีฐานที่ทำให้คาดการณ์ EPS ถูกปรับ ลงจากเดิม -10% ถึง -13% ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าเฉพาะประเด็นนี้จะเหลืออีกไม่เกิน -2% เทียบเท่ากรอบล่างของ SET Index ที่ 1,050-1,100 จุด


ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิเคราะห์แนะนำทำ Sector Rotation พร้อมกับติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัด และสามารถใช้พักเงินได้ คือ REIT&IFF, สื่อสาร, โรงไฟฟ้า, ค้าปลีกสินค้าจำเป็น และการแพทย์


ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบโดยตรงอาจต้องชะลอการลงทุนไปก่อน คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนยานยนต์, สินค้าเกษตร, นิคมอุตสาหกรรม, อาหารเครื่องดื่ม, ขนส่งและโลจิสติกส์


ด้านกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบโดยอ้อม เช่น พลังงาน, ธนาคารพาณิชย์, ไฟแนนซ์, ท่องเที่ยว ให้เน้นจับจังหวะลงทุนเมื่อราคาหุ้นปรับฐานลงมาลึกเท่านั้น
Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us