พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! 4 หุ้นอสังหาฯ ปันผลสูง
เรียกว่าเป็นเมษาแห่งความร้อนแรงจริงๆ สำหรับแวดวงการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือตลาดหุ้นไทยที่ถูกแรงเทขายอย่างหนักตั้งแต่ต้นเดือน ทั้งจากความกังวลกรณีแผ่นดินไหว แถมยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอพิษสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าที่เขย่าตลาดหุ้นทั่วโลกมาเป็นอีกหนึ่งแรงกดดัน ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในกลุ่มที่ถูกจับตาเป็นอย่างมากคือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่ถูกตั้งคำถามถึงความน่าสนใจในการลงทุนว่ายังคงเข้าลงทุนได้หรือไม่ในสถานการณ์เช่นนี้
โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า หุ้นอสังหาฯ รายใหญ่ ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแรง ประสบการณ์สูง และไม่ได้อิงรายได้จากการขายคอนโดฯ เป็นหลัก 4 ตัว คือ SIRI, LH, SPALI และ AP ราคาปรับตัวลงมามาก ทำให้ Dividend Yield ของหุ้นทั้ง 4 ตัวสูงขึ้น 10%, 7%, 8% และ 8% ตามลำดับ (ดูจากเงินปัน ผลคาดการณ์ปี 2568)
นอกจากนี้หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว จากการที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% และ การลดค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.69
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานของ 4 หุ้นดังกล่าวข้างต้นจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai ได้รวบรวมมาให้แล้ว โดยเริ่มที่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 2.34 บาท โดยมองเป็น Top Pick จากจุดเด่นเรื่องการเป็น First Mover ด้าน Product Design, จับ Trend ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไว้ได้ดีและกลยุทธ์สร้าง value-added ในทำเลที่มีการโตสูง ซึ่งเป็นส่วนผลักดันให้กำไรปกติปี 2568 อยู่ที่ 5.25 พันลบ. (+6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) มีโอกาสทำสถิติสูงสุดได้
ทั้งนี้คาด average take-up rate สูง 52% ของ 8 โครงการ Condo ใหม่มูลค่ารวม 11.4 พันลบ. ที่เปิดในไตรมาส 1/68 ทั้งนี้ Condo Presale ที่สูง เป็นส่วนสนับสนุนไตรมาส 1/68 Presale คาดสูง 13.0 พันลบ. โตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน สวนทางกลุ่มฯ สำหรับไตรมาส 1/68 transfer คาดที่ 7.0 พันลบ. อาจยังไม่ดีนัก เพราะ Backlog รอโอนไม่มาก และการระบาย stock ค่อนข้างช้าในไตรมาส 1/68 แต่คาดทยอยดีขึ้นในไตรมาส 2/68
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “TRADING” บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2568 ที่ 5.20 บาท โดยมองเป็นบวกต่อการเปิดโรงแรมใหม่ GCP ลุมพินีที่มีกำหนดการเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในไตรมาส 2/68 จะช่วยลดความเสี่ยงของรายได้กลุ่มอสังหาฯ ที่อ่อนแอ และเพิ่มรายได้ค่าเช่าและบริการจากทั้งส่วนของโรงแรมห้องพัก และส่วนของบริการจัดงานเลี้ยงที่รองรับการจัดงานขนาดใหญ่ ซึ่งรายได้จากโรงแรม GCP ลุมพินีจะชดเชยรายได้ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 พัทยา ที่ขายเข้ากอง REIT ในไตรมาส 4/67
อีกทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ “Trading Buy” บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท โดยแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 คาดเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (จากฐานต่ำ) แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน (backlog condo รอโอนลดลง) ในขณะที่คงกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 5.7 พันลบ. (-8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP และให้ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท โดยยังชอบแผนธุรกิจที่ยัง aggressive กว่ากลุ่มฯ ทำให้คาดรักษา No.1 market share ได้ต่อเนื่อง ในขณะที่คาดเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้ประโยชน์จากมาตรการผ่อนคลาย LTV ในช่วง 1 พ.ค. 2568–30 มิ.ย. 2569 เพราะมี backlog รอโอนมาก, มีสินค้ากลุ่ม ready to move ที่พร้อมขาย / พร้อมโอนมาก, มีการเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง
รวมถึง segment ลูกค้าส่วนใหญ่กลุ่มกลาง-กลางบน ซึ่งคาดได้ประโยชน์จากการผ่อนคลาย LTV มากกว่ากลุ่มอื่น ทั้งนี้ คงกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 5.2 พันลบ. (+4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)

