Official Update :

DELTA จับตาไตรมาส 1/68 กำไรฟื้น QoQ แต่ยังหด YoY โบรกฯ ห่วงปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ทั้งคดีสิทธิบัตร-ภาษีสหรัฐฯ-EV ยังไม่ฟื้น

ราคาหุ้นของ DELTA หรือ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 82.75 บาท เพิ่มขึ้น 7.25 บาท หรือ +9.60% จากวันก่อนหน้า ด้านนักวิเคราะห์ประเมินกำไรไตรมาส 1/68 แม้ฟื้นจากไตรมาส 4/68 แต่ลดลงจากไตรมาส 1/67 รวมถึงเริ่มหั่นเป้ากำไรและ GPM ปี 2568 กังวลยอดขายสหรัฐฯ ชะลอ แม้กลุ่ม AI ยังหนุน แต่ภาพรวมยังเต็มไปด้วยแรงกดดันหลายด้าน


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติในไตรมาส 1/68 ของ DELTA จะอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรปกติที่เพิ่มขึ้นมาจากฐานต่ำ ในจากไตรมาส 4/67 ที่มีรายการพิเศษกดดันจำนวนมาก ส่วนกำไรที่ไม่เติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/67 มาจากแรงกดดันด้านภาษี Global Minimum Tax เป็นไตรมาสแรก


ทั้งนี้ DELTA มีสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐฯ ทางตรงและทางอ้อมราว 30-35% รวมถึงสินค้าหลักคือ Data Center ที่มีโอกาสชะลอตัวจากนโยบายภาษีที่รุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่อาจเลือกชะลอโครงการด้านนวัตกรรมที่ยังไม่จำเป็นในระยะสั้นไปก่อน ฝ่ายวิเคราะห์คาด DELTA จะได้รับผลกระทบในด้านยอดขายที่ชะลอตัวลง และ GPM ที่อาจจะไม่เติบโตเท่าที่ตลาดคาด เนื่องจากเชื่อว่าบริษัทฯ อาจจำเป็นต้องรับภาระบางส่วนด้านภาษีจากสงครามการค้าให้กับลูกค้า


ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับลดประมาณการปี 2568-2569 ลงอีก 9% และ 12% ตามลำดับ เป็นคาดกำไรปกติปี 2568 ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท โต 1% จากปีก่อน และปี 2569 ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท โต 6% จากปีนี้ ซึ่งปัจจัยหลักๆ มาจาก 1) ปรับลดสมมติฐานการเติบโตรายได้สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 10% จากปีก่อน ต่ำกว่าคาดการณ์ของบริษัทฯ ที่ 12%-15% และ 2) ปรับลด GPM ปี 2568 เป็น 24.2% ลดลง 34bps ต่ำกว่าคาดการณ์ที่จะทรงตัวถึงเติบโตเล็กน้อย


ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ขาย” โดย Valuation ที่ PER ปี 2568 ที่ 39 เท่า และผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังที่ 0.8% ยังตึงตัวในมุมมองของบนความเสี่ยงสงครามการค้าที่ยังไม่แน่นอนและมีโอกาสที่จะรุนแรงขึ้นซึ่งอาจกระทบให้ประมาณการอาจต้องปรับลดลงอีก


ขณะที่นักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ของ DELTA จะอยู่ที่ 4.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อหักรายการพิเศษในไตรมาส 4/67 กำไรปกติน่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/67 และสูงขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/67 โดยตัวเลขที่โตขึ้นน่าจะเกิดจากผลประกอบการที่ดีของกลุ่ม AI เป็นหลัก แม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะอ่อนแอ


นอกจากนี้อุปทานยังมีจำกัดในขณะที่ความต้องการของลูกค้ามีสูงต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่ม EV ยังไม่ฟื้นตัวใกล้เคียงกับแนวโน้มอุตสาหกรรม ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ารายได้รวมในไตรมาส 1/68 จะสูงขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะสูงขึ้นเป็น 25% (เทียบกับ 24.9% ในไตรมาส 4/67 และ 21% ในไตรมาส 1/67) ใกล้เคียงกับเป้าหมายของ DELTA ที่คาดว่ารายได้จะโต 10-15% และอัตรากไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 25%


ขณะเดียวกันฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรไตรมาส 2/68 จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากความต้องการสินค้า AI ที่อยู่ในเกณฑ์ดีพร้อมสัญญาณการเร่งคำสั่งซื้อของลูกค้า หลังทรัมป์ชะลอการขึ้นภาษีนำเข้าออกไปอีก 90 วัน โดย DELTA กำลังขยายกำลังการผลิตเพื่อให้ทันต่อความต้องการ AI พร้อมคาดว่ารายได้จากธุรกิจ AI จะเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2568 เมื่อโรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์แล้วเสร็จและเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/68 ทั้งนี้ Delta Taiwan กำลังเตรียมส่งคำสั่งซื้อให้แก่โรงงานใหม่ได้ในทันที


แม้ว่าฝ่ายวิเคราะห์จะคงประมาณการกำไรปี 2568 ที่ 1.96 หมื่นล้านบาท โต 3.59% จากปีก่อน และหุ้นมีปัจจัยหนุนในระยะสั้นจากการเร่งซื้อศูนย์ข้อมูลของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลดค่า P/E เป้าหมายเป็น 35 เท่า จาก 45 เท่า จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นประกอบด้วย 1) คดีที่ยังไม่ผลสรุปพร้อมความเสียหายที่ยังไม่แน่นอน 2) รายได้จากธุรกิจ EV ที่อาจอ่อนแอกว่าคาด และ 3) ผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หลังระยะการชะลอ 90 วันสิ้นสุดลงเนื่องจากสินค้าของ DELTA ไม่ได้รับการยกเว้นจากภาษีดังกล่าว ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์จึงลดราคาเป้าหมายเป็น 55 บาท และคงคำแนะนำ REDUCE