Official Update :

เจาะโอกาสการลงทุน “AT&T” หุ้น Defensive ดาวเด่น ช่วงตลาดผันผวน

ในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2025 ที่ผ่านมา ภาพรวมงบกลุ่ม Telecom ของสหรัฐฯ ออกมาค่อนข้างดี โดยนักวิเคราะห์มองว่ากลุ่ม Telecom เป็นกลุ่มที่น่าลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวน เนื่องจากเป็นหุ้น Defensive และได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้น AT&T (T) ซึ่งในโพสต์นี้ Wealthy Thai จึงจะพาทุกท่านมาสำรวจหุ้นตัวนี้ด้วยกัน


ในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2025 บริษัท AT&T หรือ T มีรายได้รวม 30.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากรายได้ Mobility (บริการโทรคมนาคมแบบไร้สาย) และ Wireline (ธุรกิจไวร์ไลน์) ด้านกำไรสุทธิเติบโต 26.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 4.35 พันล้านดอลลาร์


สำหรับทั้งปี 2025 บริษัทมองว่ารายได้รวมจะมีการเติบโตเป็นตัวเลขหนึ่งหลัก โดยคาดว่ารายได้ Mobility จะเพิ่มขึ้นราว 2% - 3% จากปีก่อน และรายได้ธุรกิจบรอดแบนด์ไฟเบอร์จะโตประมาณ 15% - 17% จากปีก่อน (mid-teens growth rate) ด้านกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Adjusted EBITDA) คาดว่าจะเติบโตราว 3% จากปีก่อน หรือมากกว่านั้น ส่วนรายจ่ายลงทุน มองว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22 พันล้านดอลลาร์ และกระแสเงินสดอิสระ (Free cash flow) ประเมินว่าอยู่ที่ 16 พันล้านดอลลาร์


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองว่าบริษัทมีความน่าสนใจในระยะสั้นที่ตลาดมีความผันผวนสูง เนื่องจากหุ้นกลุ่ม Telecom เป็นหุ้น Defensive โดยที่ผ่านมางบกลุ่ม Telecom สหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ยกตัวอย่างเช่น T รายได้เติบโต 2% จากปีก่อน หรือ Verizon Communications (VZ) ที่รายได้เติบโต 2% จากปีก่อน 


นอกจากนี้ หากพิจารณาในประเด็นการขึ้นภาษี ประเมินว่าทั้งสองบริษัทมีผลกระทบที่จำกัด โดยทั้งคู่อาจได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีนำเข้าโทรศัพท์มือถือในอัตราที่สูงซึ่งส่งผลต่อกลุ่มธุรกิจขายสมาร์ทโฟน แต่อย่างไรก็ดี บริษัทมีการรับมือโดยการไม่รับต้นทุนส่วนเพิ่มและผลักภาระให้ผู้บริโภคผ่านการปรับราคาสินค้าขึ้น นอกจากนี้ สินค้าและบริการของกลุ่ม เช่น อินเตอร์เน็ต มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ทำให้มองว่ารายได้ของกลุ่มจะยังคงมีแรงหนุนจากอุปสงค์ที่มั่นคง


ขณะเดียวกันหากเทียบระหว่าง T และ VZ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า T มีการเติบโตที่ดีกว่า VZ ในไตรมาสนี้ เพราะ (1) จำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือแบบรายเดือนสุทธิ (Wireless Retail Postpaid Phone Net Change) ยังคงเพิ่มขึ้นได้สวนทางกับ VZ (2) รายได้จาก Mobility ของ T เพิ่มขึ้นเด่นกว่า VZ  และ (3) จำนวนลูกค้า Fiber ของ T เติบโตเพิ่มขึ้นสวนทางกับ VZ ที่หดตัวลง


โดยสรุปแล้ว ในระยะสั้น เนื่องจากตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวนจากสงครามการค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จึงมองว่ากลุ่ม Telecom เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นหุ้น Defensive และมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีที่จำกัด นอกจากนี้ยังมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยราคาเป้าหมาย (Bloomberg consensus) ของ T อยู่ที่ 28.5 ดอลลาร์ (Upside 5%) และคาดการณ์ Dividend Yield ในปี 2025 ของ T อยู่ที่ราว 4%