Official Update :

ส่องฐานะการเงิน 3 หุ้นสายการบิน ในวันที่ธุรกิจกำลังโคม่า!!

จากกรณีที่สมาคมสายการบินประเทศไทย ออกเเถลงการณ์เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่ทางรัฐบาลจะจัดสรรให้กับสายการบินทั้ง 7 สาย โดยทางสมาคมฯ ได้ยื่นเอกสารไปตั้งเเต่การระบาดของโควิด-19 รอบเเรก (เดือนมีนาคม 2563) และมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง


สำหรับ 7 สายการบินประกอบด้วย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ,สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ ,สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ,สายการบินไทยเวียตเจ็ท ,สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ,สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินนกแอร์


โดยทางสมาคมฯ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 เพื่อร้องขอให้เร่งพิจารณาในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งได้ส่งหนังสือติดตามล่าสุดอีกครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงไม่ได้รับการพิจารณาจากรัฐบาล รวมเป็นระยะเวลากว่า 478 วัน ตั้งแต่วันแรกที่ทางสมาคมฯ ยื่นหนังสือ


ทั้งนี้ ล่าสุดสมาคมฯ จึงได้ปรับลดตัวเลขวงเงินการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) รวมของทั้ง 7 สายการบิน จากจำนวนเดิมที่ 2.4 หมื่นล้านบาท (จากการยื่นขออนุมัติครั้งเเรกเมื่อเดือนมีนาคม 2563)  เหลือเพียงแค่ 5 พันล้านบาท เพื่อใช้ในการรักษาการจ้างงานพนักงานสายการบินทั้ง 7 สาย รวมเกือบ 2 หมื่นคน ในครึ่งปีหลังของ 2564


โดยทั้งหมดเป็นผลจากมาตรการรัฐบาลล่าสุดในการจำกัดการเดินทาง ส่งผลต่อการระงับการให้บริการชั่วคราว ในทุกเส้นทางบินเข้าออกพื้นที่สีเเดงเข้ม ตั้งเเต่ 21 กรกฎาคม 2564 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ปัจจุบัน 7 สายการบิน มีเครื่องบินที่ต้องจอดนิ่งรวมกว่า 170 ลำ และมีค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินเดือนพนักงานทั้งสิ้นรวมกว่า 900 ล้านบาทต่อเดือน


นอกจากนี้ยังมีต้นทุนด้านการปฏิบัติการบินและการบำรุงรักษาเครื่องบินอีกจำนวนมหาศาล ซึ่งทางสมาคมฯ ได้ ประเมินว่าอาจจะเเบกรับภาระไม่ไหว หากไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือเเละเยียวยาจากภาครัฐโดยเร่งด่วน และอาจส่งผลต่อการกลับมาให้บริการในอนาคตของสายการบิน


ดังนั้นทางสมาคมฯ โดย 7 สายการบิน จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพิจารณามาตรการความช่วยเหลือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) อย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยประคองธุรกิจสายการบินเเละการจ้างงานพนักงาน รวมทั้งเพื่อช่วยลดผลกระทบความเสียหายต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจเเละท่องเที่ยวภาพรวม เนื่องจากสายการบินคือธุรกิจด่านหน้าสำคัญ ที่เชื่อมต่อให้เกิดการกระจายเเละสร้างรายได้ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ


คุณภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า หาก 3 สายการบินที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้เงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากทางภาครัฐจะส่งผลดีต่อแต่ละบริษัทสายการบิน เพราะในช่วงเกิดการระบาดของไวรัสโควิด 19 รอบที่ 3  ก็ส่งผลให้สถานะทางการเงินของแต่ละบริษัทค่อนข้างที่จะกลับมาตึงตัวอีกครั้ง


แต่อย่างไรก็ตามจะต้องจับตาดูว่าภาพต่อจากนี้ไปทางภาครัฐจะให้เงินกู้มากน้อยเพียงใด แต่อย่างไรก็ตามประเด็นของการขอวงเงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากทางภาครัฐนั้น ไม่ใช่ประเด็นใหม่ เพราะในช่วงที่ผ่านมา ที่มีการระบาดในระลอก 1 และ 2 สายการบินยังไม่เคยได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากทางภาครัฐ ทั้งนี้หากกลุ่มบริษัทสายการบินไม่ได้การอนุมัติวงเงินสินเชื่อก็อาจจะทำให้บางบริษัทมีความจำเป็นจะต้องเพิ่มทุน


ทั้งนี้ Wealthy Thai ได้สำรวจข้อมูลและฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทสายการบินที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ,บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA และบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK ซึ่งพบว่าบางบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุนที่อยู่ในระดับสูงเกินนโยบายที่ทางสถาบันการเงินจะปล่อยกู้แล้ว


โดยตัวเลขที่สำคัญที่บ่งบอกสถานะทางการเงินของบริษัทเริ่มต้นที่ AAV หรือ ที่เรารู้จักกันในนามของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งทาง AAV มีตัวเลขงบกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จำนวน 1,219 ล้านบาท ขณะเดียวกันหากดูรายการหนี้สินที่มีอยู่รวมทั้งสิ้น 50,932 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหนี้สินหมุนเวียน จำนวน 19,904 ล้านบาทและหนี้สินที่ไม่หมุนเวียนจำนวน 32,818 ล้านบาท คิดเป็นรวมหนี้สินทั้งหมด 52,722 ล้านบาท


ทั้งนี้หากจะดูความสามารถในการกู้เงินจากธนาคารหรือการของวเงินกู้ต่างๆนั้น สถาบันการเงินจะดูตัวเลขที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคืออัตราหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ซึ่งโดยตามมาตรฐานบริษัทส่วนใหญ่แล้วจะต้องควบคุมไม่ให้เกินระดับ 2 เท่า หรือจำนวนหนี้สินจะต้องไม่เกิน 2 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้น แต่ตัวเลข D/E ของ AAV อัพเดตล่าสุดสิ้นไตรมาส 1/64 อยู่ที่ระดับ 3.72 เท่า แต่ยังมีมุมที่ดีคือการมีกำไรสะสมอยู่ที่ 9,472 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 14,162 ล้านบาท


นอกจากนี้ หากดูในแง่ของผลประกอบการย้อนหลังในช่วงที่ผ่านมา ในปี 62 ทาง AAV มีรายได้ 41,202 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 474 ล้านบาท ขณะที่ในปี 63 ถือเป็นปีที่ประสบปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด 19 แบบเต็มที่ ทำให้รายได้ลดลงมาอยู่ที่ 16,260 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 4,764 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 1/64 มีรายได้อยู่ที่ 1,380 ล้านบาท และยังมีขาดทุนต่อเนื่องที่ 1,864 ล้านบาท


ข้ามมากันที่ BA หรือ บางกอกแอร์เวย์ส เป็นสายการบินที่มีสายป่านทางธุรกิจที่ยาวพอจะยืดเยื้อต่อลมหายใจออกไปได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่รู้ว่าจะยืดออกไปได้นานขนาดไหน โดย BA มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จำนวน 1,520 ล้านบาท ส่วนหนี้สินที่มีอยู่รวมทั้งสิ้น 30,544 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้สินหมุนเวียน จำนวน 8,653 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน จำนวน 21,891 ล้านบาท


สำหรับอัตราหนี้สินต่อทุนล่าสุดอยู่ที่ระดับ 1.5 เท่า ขณะที่กำไรสะสมของ BA มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 6,837 ล้านบาท แต่มีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 19,704 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการย้อนหลังของ BA ตั้งแต่ในปี 62 ที่เจอกับปัญหาโควิดในช่วงปลายปี มีรายได้ 26,618 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 350 ล้านบาท ขณะที่ในปี 63 มีรายได้ 10,022 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 5,283 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 1 /64 มีรายได้ 1,110 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 745 ล้านบาท


ขณะที่ทาง NOK หรือสายการบินนกแอร์ เป็นที่รู้กันดีกว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนเพื่อฟื้นฟูกิจการ ซึ่ง NOK เป็นหุ้นในสายการบินที่ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินเพราะในช่วงที่ผ่านมาก่อนที่สถานการณ์โควิด19 จะอุบัติขึ้นก็มีปัญหาของการแข่งขันทางด้านราคาต้นทุนต่ำ


โดยฐานะทางการเงินของ NOK ขณะนี้มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่  21,450 ล้านบาท และมีหนี้สินรวม 26,238 ล้านบาท จึงทำให้มีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 4,514 ล้านบาท ซึ่งถ้าดูในแง่ของผลประกอบการย้อนหลังตั้งแต่ปี 60 สายการบินนกแอร์มีผลขาดทุนสุทธิมาอย่างต่อเนื่องกว่า 9 พันล้านบาท



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us