Lockdown รอบใหม่ทำ KEX โดดเด่น ราคาหุ้นที่น่าสนใจอัพไซด์เกือบ 60 %
Covid-19 กำลังเข้ามากัดกินเศรษฐกิจไทยและภาคธุรกิจในครึ่งปีหลัง ให้การเติบโตนั้นอาจไม่เป็นไปตามที่คาดคิด และยิ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นโอกาสที่การ Lockdown เข้มข้นก็มีมากขึ้นไปอีก แต่ในอีกด้านหนึ่งในบางธุรกิจ Covid-19 ที่แพร่กระจายอาจเป็นโอกาสให้เขาเติบโตอีกครั้ง
อย่างในธุรกิจด้านการขนส่งบรรจุภัณฑ์ที่กำลังถูกจับตาอีกครั้งโดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ อย่าง KEX บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่เดิมทีปีนี้อาจไม่ใช่ปีที่สดใส เพราะราคาหุ้นที่เหลือ 41 บาทลดลงจากต้นปีถึง 15% แต่หลายบริษัทวิจัยเริ่มมองว่า KEX จะกลับมาเฉิดฉายได้ในครึ่งปีหลัง
KEX กับราคาไม่เพอฟอร์ม
กลุ่มขนส่งพัสดุ เหมือนกับเป็นสตาร์ดวงใหม่ของธุรกิจในประเทศไทย จากผู้เล่นที่เข้ามากันอย่างคึกคัก แน่นอนในภาพธุรกิจภาพรวมดูเหมือนน่าสนใจ แต่การที่ผู้เล่นรายใหม่เข้ามา เท่ากับว่า การแข่งขันนั้นเริ่มดุเดือด สิ่งนี้สะท้อนจากราคาหุ้นของ KEX ที่จากต้นปีถึงวันที่ 27 ก.ค. เขามีราคาอยู่ที่ 41.75 บาท ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากต้นปีถึง 15% สอดคล้องกับทิศทางกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 1 ที่พวกเขาได้ที่ 302 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 372 ล้านบาท หรือลดลง 18% แรงกดดันมาจากราคาค่าขนส่งพัสดุต่อชิ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่กลุ่มขนส่งพัสดุเริ่มกลับมาน่าสนใจ เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ covid-19 ทำให้การค้าขายผ่านออนไลน์กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง เห็นได้จากระบบการขนส่งสินค้าที่เริ่มใช้เวลานานมากขึ้น ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อในกลุ่มของพนักงานขนส่งทำให้มีการต้องปิดสาขา แต่ในมุมมกลับกันก็มีความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มแบบทวีคูณ
KEX จะสดใสในครึ่งปีหลัง
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้มุมมองกับ KEX ไว้อย่างน่าสนใจ โดย KGI มองว่า KEX จะโดดเด่นในครึ่งปีหลัง KGI เชื่อว่าการบริโภคที่อยู่ในระดับต่ำจะยังกดดันราคาค่าส่งพัสดุเฉลี่ย/ชิ้นในไตรมาสที่ 3 ต่อไป อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะเร่งตัวขึ้น เนื่องจากคาดว่าปริมาณการจัดส่งพัสดุจะเพิ่มขึ้นเพราะประชาชนน่าจะใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วน (Courier Express Parcel หรือ CEP) เพิ่มขึ้นหลังจากที่สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2564 ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าปริมาณการจัดส่งพัสดุน่าจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า
ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก จะคิดเป็น 44% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา แต่เราเชื่อว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลังน่าจะออกมาดีกว่าครึ่งปีแรกเพราะคาดว่ารายได้น่าจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการจัดส่งพัสดุที่เพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ CEP ในครึ่งหลังของทุกปี ดังนั้นเราจึงยังคงประมาณการกำไรปี 2564 เอาไว้ตามเดิมที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และปี 2565 ที่ 1.6 พันล้านบาท +19.3% จากปีก่อน
ทั้งนี้ KGI ยังคงราคาเป้าหมาย DCF ปี 2565 เอาไว้ที่ 56.00 บาท และยังคงคำแนะนำซื้อ KEX เนื่องจาก 1.คาดว่ากำไรจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง 2.คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวตามการเติบโตของธุรกิจ e-commerce
บล.บัวหลวง มองว่า กลยุทธ์สำหรับการปิดเมือง การปิดเมืองแบบเข้มข้นจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศในไตรมาสที่ 2 และต่อเนื่องไปในไตรมาสที่ 3 เราคาดทั้ง BEM และ BTS จะรายงานกำไรที่อ่อนแอ (แต่ยังคงมีกำไร) ในก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4 และคาดจะเห็นการฟื้นตัวอย่างจริงจังใน ต้นปีหน้าในด้านของสายการบินคาด BA และ AAV คาดจะยังคงขาดทุน
อย่างไรก็ตามการปิดเมืองน่าจะส่งผลบวกต่อปริมาณการส่งของที่มากขึ้น โดยเราคาดกำไรของ KEX ในไตรมาสที่ 2 ทรงตัวจากปีก่อน ปริมาณเพิ่มขึ้นแต่รายได้ต่อสินค้าลดลง แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน(ปริมาณมากขึ้น) และคาดกำไรในไตรมาสที่ 3 จะเติบโตได้ ในฝั่งของเรือขนส่งคาดจะยังคงรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
คำแนะนำจาก บล.บัวหลวง ยังชอบ KEX มากทีสุดในกลุ่ม ราคาเป้าหมาย 65 บาท
