ประธานตลท. เร่งดึงธุรกิจ New Economy เข้าเทรดในตลาดหุ้นไทย เผยอยู่ระหว่างศึกษาแยกกระดานเทรด ตั้งเป้าบริษัทจดทะเบียนแตะ 1-1.5 พันราย
ประธานตลท. เผยแผนเร่งด่วนฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย เดินหน้าดึงบจ.กลุ่ม New Economy จดทะเบียนเพิ่ม หวังดันบริษัทจดทะเบียนแตะ 1,000-1,5000 ราย พร้อมศึกษาแยกกระดานเทรด จ่อคลายกฎซื้อหุ้นคืนเดือนพ.ค.นี้ มองลดจำนวนโบรกฯ หนุนเพิ่มคุณภาพบริการ
ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงประเด็นที่ต้องดำเนินงานการอย่างเร่งด่วนเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นไทย ได้แก่ 1. การนำบริษัทที่มีธุรกิจอยู่ในกลุ่ม New Economy เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งในส่วนของบริษัทต่างประเทศ ซึ่งต้องดูว่าจะสามารถให้สิทธิประโยชน์ทางด้านใดเพิ่มเติมเพื่อจูงใจให้บริษัทเหล่านั้นเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยนอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงบริษัทในไทยที่มีศักยภาพด้วย
ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงประเด็นที่ต้องดำเนินงานการอย่างเร่งด่วนเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นไทย ได้แก่ 1. การนำบริษัทที่มีธุรกิจอยู่ในกลุ่ม New Economy เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งในส่วนของบริษัทต่างประเทศ ซึ่งต้องดูว่าจะสามารถให้สิทธิประโยชน์ทางด้านใดเพิ่มเติมเพื่อจูงใจให้บริษัทเหล่านั้นเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยนอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงบริษัทในไทยที่มีศักยภาพด้วย
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางเป้าหมายจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยประมาณ 1,000-1,500 บริษัท จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 800 บริษัท บนพื้นฐานของบริษัทที่เสียภาษีในประเทศไทยประมาณ 200,000 บริษัท
2. สร้างความเชื่อมั่นให้กับบริษัทจดทะเบียน มีความโปร่งใส นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้อย่างมั่นใจ ผ่านการปลดล็อคศักยภาพบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ Jump+ และ 3. ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลการเงินของบริษัทได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่หว่างศึกษาการแยกกระดานเทรดสำหรับธุรกิจในกลุ่ม New Economy เหมือนในตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีดัชนีให้นักลงทุนเลือกเทรด เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุน
ส่วนความคืบหน้าการผ่อนคลายกฎกระทรวงและเงื่อนไขการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน (Treasury Stock Buyback) เช่น สามารถทำโครงการซื้อหุ้นคืนได้ทันที จากเดิมบริษัทต้องรอระยะเวลาอีก 6 เดือนจึงจะสามารถซื้อหุ้นคืนได้อีกครั้ง และขยายระยะเวลาการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนออกไปเป็น 5 ปี จากเดิมที่ 3 ปี คาดว่าจะเริ่มใช้กฎกระทรวงใหม่ได้ภายในเดือนพ.ค. นี้
โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค. - เม.ย.) บริษัทจดทะเบียนมีการซื้อหุ้นคืนมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ามูลค่าการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียนในปีที่ผ่านมาทั้งปี ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่ม ROE แล้วยังทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นอีกด้วย
ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ ยังให้มุมมองว่าบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทยมีจำนวนมากเกินไป โดยอาจลดจำนวนลงเหลือครึ่งหนึ่งจากปัจจุบันที่มีอยู่ 39 ราย เนื่องจากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาบริษัทหลักทรัพย์มีผลขาดทุนต่อเนื่อง การลดจำนวนลงจะทำให้การแข่งขันในตลาดลดลง อาจหนุนการสร้างกำไร และทำให้คุณภาพการบริการปรับดีขึ้น
Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 11 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
