DOHOME ยังไหวไหม? จากต้นปีราคาดิ่งหนัก 51% โบรกฯ มองต่างทั้ง “ถือ” และ “Underperform” มองครึ่งปีหลังไม่สดใส-ปัจจัยกดดันรอบด้าน

ราคาหุ้น บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน โดยวันที่ 25 ก.ค.68 ราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 4.06 บาท ลดลง 2.87% จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 323.49 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากนับจากต้นปีราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปแล้ว 51.08% จากระดับ 8.30 บาท ณ วันที่ 2 ม.ค. 68

โดยคาดว่าปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น DOHOME ร่วงลง เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 1/68 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2/68 และครึ่งหลังของปี 2568 ยังคงฟื้นตัวจำกัด

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มีคำแนะนำที่หลากหลายต่อหุ้น DOHOME โดย บล.ดาโอ แนะนำ “ถือ” โดยมองว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มฟื้นตัวได้จำกัด เนื่องจาก SSSG ที่ติดลบมากขึ้นจากฝนตกและปัญหาซัพพลายเหล็ก ขณะที่ บล.เคจีไอ แนะนำ “Underperform” โดยคาดว่ากำไรจะแผ่วลงในไตรมาส 3/68 จากปัจจัยฤดูกาล และความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบา]

โดย บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับคำแนะนำสำหรับ DOHOME ลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 3.60 บาท อิงจาก PER ปี 2568 ที่ 14 เท่า (-1.4SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี) จากเดิมที่ 6.80 บาท เนื่องจากมีการปรับประมาณการกำไรลงจากแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/68 ที่ชะลอตัวมากกว่าคาด และไตรมาสช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ที่ฟื้นตัวได้จำกัด คาดกำไรไตรมาส 2/68 อยู่ที่ 169 ล้านบาท ลดลง -12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ -31% จากไตรมาสก่อน จาก SSSG ที่ติดลบมากขึ้น คาดอยู่ที่ -8 ถึง -10%

โดยเริ่มเห็นการติดลบต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน สาเหตุหลักมาจากกลุ่มลูกค้า Back office ที่ติดลบถึงประมาณ -20% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศฝนตกและปัญหาการขาดแคลนเหล็ก เนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้โรงงานเหล็กหลายแห่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการส่งสินค้าก่อสร้างอื่นๆ ด้วย ขณะที่กลุ่ม End user ฟื้นตัวบ้างแต่ยังติดลบน้อยลง ส่วน GPM ขยายตัวจากสินค้าในกลุ่มเหล็กและ Private Brand รวมถึงสัดส่วนสินค้าก่อสร้างที่ลดลง

ปรับประมาณการกำไรปี 2568/69 ลง -10%/-9% อยู่ที่ 727/827 ล้านบาท เติบโต +8%/+14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเดิมที่ 806/907 ล้านบาท เนื่องจากประมาณการกำไรไตรมาส 2/68 ที่อ่อนตัวกว่าคาด กดดันผลการดำเนินงานทั้งปี ส่งผลให้เป้าหมาย SSSG ทั้งปีตามคำแนะนำค่อนข้างท้าทาย โดยคาดว่าจะเข้าสู่ช่วง low season ในไตรมาส 3/68 และภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงกดดัน ทำให้คาดว่า SSSG จะฟื้นตัวได้น้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้

ราคาหุ้นปรับตัวลดลงและ underperform SET ต่อเนื่องในช่วง 3 ถึง 12 เดือนที่ผ่านมา จากความกังวลต่ออุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวช้า รวมถึงความเสี่ยงจากการเบิกจ่ายภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีข่าวลบเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบและปรับแก้ในฐานะผู้ขาย ทั้งนี้ จึงปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” เนื่องจากมองว่าการฟื้นตัวจะยังจำกัดในปี 2568

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “Underperform” หุ้น DOHOME ด้วยราคาเป้าหมาย 2.60 บาท สงค์อ่อนแอทั้งในส่วนของผู้ใช้ขั้นสุดท้าย (เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง) และ back office (ซึ่ง อาจจะเกิดจากการเบิกจ่ายงบภาครัฐที่ช้าลง ดังแสดงใน Figure 8) ทั้งนี้ รายได้ภาคเกษตรของไทยลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือนมิถุนายน 2568 ทำให้รายได้ภาคเกษตรในงวด 6 เดือน ปี 2568 ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่อัตรา การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลอยู่ที่ 38.2% ณ เดือนมิถุนายน 2568 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ประมาณ 50%

ทั้งนี้ คาดว่า same-store-sales ของ DOHOME ในไตรมาส 2/68 จะพลิกมาเป็นลบที่ ~5% (จาก -5.3% ในไตรมาส 2/67 และ +0.4% ในไตรมาส 1/68) อีกทั้ง คาดว่า DOHOME จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกหนึ่งร้านในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนสาขา รวมเพิ่มขึ้นเป็น 40 ร้าน (เป็นร้านขนาด XL&L 25 ร้าน และ To Go 15 ร้าน) Margin ดีขึ้นบ้าง เนื่องจาก margin ของเหล็กกลับมาอยู่ระดับปกติ และ margin ของสินค้า house brand ดีขึ้น

จึงคาดว่า อัตรากำไรขันต้นของ DOHOME จะอยู่ที่ 17.8% (+0.3 ppts จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +0.2 ppts จากไตรมาสก่อน) และทำให้อัตรากำไร ขั้นต้นในงวดครึ่งแรกปี 2568 อยู่ที่ 17.7% (ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน) เท่ากับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2568 ของบล.เคจีไอ ประมาณการกำไรมี upside จำกัด จึงคงประมาณการกำไรปี 2568 เอาไว้เท่าเดิม โดยคาดว่ากำไรของ DOHOME จะแผ่วลงในไตรมาส 3/68 เพราะผลจากปัจจัยฤดูกาล และความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล ก่อนจะกลับมาดีขึ้นในไตรมาสที่สี่จากการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ ฐานกำไรที่ต่ำในครึ่งหลังปี 2567 อาจจะทำให้กำไรในงวดครึ่งแรกปี 2568 โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เนื่องจากรูปแบบกำไรของบริษัทจะเน้นหนักในช่วงต้นปี จึงมองว่าประมาณการกำไรปี 2568 มี upside จำกัด

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us